Pet Friendly vs. Pet Allow เช็กความต่างก่อนทำการตลาดกับ Pet Parent

ตลาดสำหรับสัตว์เลี้ยงยังคงโตอย่างต่อเนื่อง เพราะ Pet parent หรือคนเลี้ยงสัตว์มองว่า สัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากลูก ซึ่งข้อมูลจากบัตรเครดิต KTC เผยว่า แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ยอดค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดสัตว์เลี้ยงโตทะลุหลักพันล้าน! และในงาน Pet Expo ช่วงเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ก็มีผลสำรวจพบว่ามีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 3-5 หมื่นบาทเลยทีเดียว เมื่อ “การเปย์เพื่อความสุขของลูกรักสี่ขา” กลายเป็นเรื่องปกติ จึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจต่าง ๆ ตั้งแต่ร้านอาหาร โรงแรม คอนโด ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างสนใจขยับตัวเข้าหาตลาดนี้ บทความนี้เลยจะชวนกันมาทำความเข้าใจความต่างระหว่าง Pet Friendly กับ Pet Allowed ก่อนที่จะไปวางแผนโปรโมตและให้รายละเอียดกับ Pet Parent กันครับ แต่สุดท้าย ไม่ว่าจะเลือกเป็น Pet Friendly หรือ Pet Allowed สิ่งที่สำคัญคือ การลงรายละเอียดเรื่องกฎ ข้อจำกัดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงให้ครอบคลุมหรือชัดเจนที่สุด เช่น ขนาด น้ำหนัก สายพันธุ์ การกำหนดโซนต่าง ๆ เพื่อให้ Pet […]
Humble Branding เข้าถึงคนธรรมดาด้วยการตลาดแบบถ่อมตัว

ในหนึ่งวัน คุณเจอโฆษณาบนโลกออนไลน์กี่ชิ้น?หลายคนคงตอบว่านับไม่ถ้วน เพราะมีทั้งโฆษณาที่เสียเงินมาหาเรา โฆษณาผ่านเพจ ผ่านช่องของ Influencers ซึ่งแต่ละหลายชิ้นอัดแน่นด้วยข้อมูล คุณสมบัติ หรือบางชิ้นก็แอบโฆษณาเกินจริงไปบ้าง.จากสิ่งนี้ ผู้บริโภคหลายคนเลยพร้อมยินดีจ่ายค่า Subscription เพื่อไม่ให้เจอโฆษณาหรือเจอน้อยลง ในขณะที่บางกลุ่มก็ถึงขั้นรณรงค์ให้เลือกซื้อสินค้ากันอย่างมีสติ อย่าตกเป็นเหยื่อการตลาด พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าด้วยแนวคิด ไม่ช้อปตามกระแสจึงมีเพิ่มขึ้นตามมาด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ด้วยเหตุนี้ Humble Branding จึงเป็นเทรนด์ใหม่ที่จะมาตอบโจทย์ในวันที่ผู้บริโภคมีความไว้วางใจหรือเชื่อใจแบรนด์ลดลงครับ. Humble Branding คืออะไร?คือ การตลาดที่แบรนด์เข้าหาผู้บริโภคด้วยความถ่อมตัว สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจ หรือก็คือ การที่แบรนด์ #ทำตัวให้เป็นมนุษย์ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นว่าเรา #เข้าใจพวกเขา ซึ่งหลักการสำคัญของการเป็น Humble branding คือ 1. การยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบที่เป็นเรื่องของคนธรรมดา หรือการที่แบรนด์เข้าใจว่าผู้บริโภคก็เป็นคนทั่วไป ที่มีความไม่สมบูรณ์แบบ มีความผิดพลาด หรือมีเหตุผลในการใช้ชีวิตที่บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่ยอมรับว่าตัวแบรนด์เองก็สามารถทำผิดพลาดได้เช่นกัน ยกตัวอย่าง แคมเปญ The Joy of Everyday ของ Just Eat ที่ตัวละครบอกว่าสั่งเดลิเวอรีเพราะอยากช่วยร้านค้าเล็ก ๆ ใกล้บ้าน แต่จบแบบหักมุมว่า […]
5 เทรนด์ผู้บริโภคมาแรง ปี 2026

ในปี 2026 นี้ การทำความเข้าใจ “𝗖𝗼𝗻𝘀𝘂𝗺𝗲𝗿 𝗜𝗻𝘀𝗶𝗴𝗵𝘁” ยังถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กลยุทธ์การตลาดของแบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ วันนี้เลยขอสรุป 5 เทรนด์ผู้บริโภคที่เกิดจาก “𝗖𝗼𝗻𝘀𝘂𝗺𝗲𝗿 𝗜𝗻𝘀𝗶𝗴𝗵𝘁” ที่น่าจับตามองในปีนี้มาฝากกันครับ 1. 𝗟𝗼𝗻𝗴𝗲𝘃𝗶𝘁𝘆 𝗟𝗶𝘃𝗶𝗻𝗴: ไม่ป่วยว่าดีแล้ว แต่สุขภาพดีในระยะยาวนี่แหละใช่เลย การดูแลสุขภาพไม่ได้จำกัดแค่คนที่อายุเยอะแล้วครับ เทรนด์นี้ขยายตัวจากกลุ่มผู้สูงอายุสู่ Gen Z และ Millennials ที่หันมาลงทุนกับสุขภาพผ่านกิจกรรมอย่าง พิลาทิส หรือการปีนผา เพราะผู้บริโภคยุคนี้ต้องการมีชีวิตที่ยืนยาวเพื่อใช้ชีวิตในแบบที่ชอบให้นานที่สุด 2. 𝗘𝗦𝗚 & 𝗥𝗮𝗱𝗶𝗰𝗮𝗹 𝗧𝗿𝗮𝗻𝘀𝗽𝗮𝗿𝗲𝗻𝗰𝘆: ใส่ใจทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และความโปร่งใสในชีวิต จากข้อมูลพบว่าผู้บริโภคยุค 2026 ให้ความสำคัญกับจริยธรรมของแบรนด์อย่างมาก ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความปลอดภัยของข้อมูล (Data Privacy) แบรนด์ที่มีจุดยืนชัดเจนและพิสูจน์ความคุ้มค่าได้จริง จะได้รับความไว้วางใจในระยะยาว ไม่ใช่แค่การทำแคมเปญตามเทศกาลเท่านั้นครับ 3. 𝗕𝗲𝗮𝘂𝘁𝘆 𝗜𝗱𝗲𝗻𝘁𝗶𝘁𝘆: สวยจากภายในนี่แหละเริ่ดที่สุด จากเทรนด์ Longevity Living ทำให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญของการดูแลตัวเองจากภายใน […]
“ไปด้วยแต่ไม่ดื่มนะ” เทรนด์ใหม่ที่กลายเป็นความเท่ของใครหลายคน

เมื่อการเลือกที่จะไม่ดื่มสำหรับคนรุ่นใหม่คือความเท่ จนเกิดเป็น Sober Curious พฤติกรรมที่มองหาความเมารูปแบบใหม่ จาก Movement นี้ทำให้เห็นว่าในอนาคตอาจเกิดสินค้า Non Alcohol แบบใหม่ที่น่าจับตามองได้ แนวคิด Sober Curious เกิดจากการตั้งคำถามง่าย ๆ อย่าง• “เราดื่มไปทำไม?”• “เราจำเป็นต้องดื่มเพื่อเข้าสังคมเหรอ?” นอกจากนี้ข้อมูลงานวิจัย Mintel (2023) กว่า 39% เลือกไม่ดื่มเพื่อสุขภาพกาย 29% เพื่อสุขภาพจิต และ 71% กังวลถึงผลกระทบระยะยาวจากการดื่ม เช่นโรคมะเร็ง หรือโรคตับเป็นต้น จากกระแสนี้ทำให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มบางรายก็มองว่าคืออุปสรรคที่ต้องผ่านไปได้ แต่บางรายกลับมองเป็นโอกาส เช่น Carlsberg A/S บริษัทเบียร์จากเดนมาร์กกระโดดเข้าไปเล่นในตลาดเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เช่นกัน ในอนาคตกระแส Sober Curious อาจเป็นเพียงเฉพาะกลุ่มหรืออาจมีโอกาสขยายเป็นวงกว้างก็ได้ การที่หลายแบรนด์หรือผู้ประกอบการเข้าใจถึงความต้องการของคนกลุ่มนี้ ก็อาจช่วยให้มีสินค้ารูปแบบใหม่ ๆ ออกตลาดมากขึ้นอาทิเช่น Sparkling ต่าง ๆ และ Non-Alcohol Drink นั่นเอง ขอบคุณที่มา: https://shorturl.asia/pxgVshttps://shorturl.asia/6bWsH
ไขข้อข้องใจ ทำไมยุคนี้แบรนด์ต้อง Collab

เมื่อแบรนด์ยืนหนึ่งบนเชลฟ์ไม่ไหว สองแบรนด์จึงต้องจับมือกันออกแคมเปญ “คอลแลป” สนุก ๆ เรียกยอดเอนเกจเมนต์กันไม่เว้นวัน ทั้งน้องหมีเนยที่ไปเพิ่มความน่ารักให้แบรนด์ต่าง ๆ หรือทาร์ตไข่ชื่อดังที่ร่วมกับแบรนด์อาหารไทยชื่อดังออกรสชาติใหม่ ไปจนถึงไอศกรีมเจ้าใหญ่ที่มิกซ์แอนด์แมตช์กับแบรนด์ต่าง ๆ จนได้รสชาติไม่ซ้ำใคร แล้วทำไมแบรนด์ต่าง ๆ ถึงตัดสินใจมาคอลแลปกัน ได้แนะนำตัวให้คนอื่นรู้จักมากขึ้น – การคอลแลปทำให้ลูกค้าสองแบรนด์ที่มีความสนใจคล้ายกันมารวมกัน เพิ่มการรับรู้ให้แคมเปญและแบรนด์ เกิดกลุ่มเป้าหมายใหม่และฐานลูกค้าใหม่ที่มาจากอีกแบรนด์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าเราในอนาคตได้ ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น – พอสองแบรนด์มาจับมือกัน ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้แต่ละแบรนด์มากขึ้นได้ เหมือนเพื่อนที่เราไว้ใจมาแนะนำเพื่อนอีกคนให้รู้จัก มีงบสำหรับไอเดียเจ๋ง ๆ มากขึ้น – เมื่อสองแบรนด์คอลแลปกันและต้องทำการตลาดร่วมกัน จะเอาเงินทำแคมเปญมารวมกัน ทำให้มีเงินสำหรับทำแคมเปญมากขึ้น ซึ่งในส่วนตรงนี้สัดส่วนอาจเป็นไปตามที่แต่ละแบรนด์ตกลงกัน แชร์ความรู้ – การคอลแลปทำให้ทีมการตลาดของทั้งสองแบรนด์จับมือเปิดโต๊ะประชุมร่วมกัน ซึ่งจะช่วยกันแชร์ข้อมูลของเชิงลึก ความรู้และประสบการณ์ที่แต่ละแบรนด์มีให้อีกแบรนด์ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้สมาชิกในแต่ละทีมได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้ ไม่เคยทำมาก่อน ช่วยกันปรับจุดอ่อน เพิ่มจุดแข็ง – ก่อนที่จะคอลแลป แต่ละแบรนด์ต้องศึกษาอีกแบรนด์ที่จะคอลแลปด้วย ซึ่งจะทำให้ต่างฝ่ายต่างเห็นจุดอ่อน จุดแข็งของกันและกัน และช่วยกันปรับปรุงแก้ไข สองหัวดีกว่าหัวเดียว – การรวมตัวช่วยกันคิดระหว่างสองแบรนด์อาจทำให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ […]
อวสานโลกสื่อ สู้ด้วย Lots of Little Campaign

ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุคที่ผู้คนเลือกเสพสื่อตามความสนใจ จนถูกเรียกว่าเป็นยุคโลกสื่อแตกกระจาย (Media Fragmentation) ทำให้คอนเทนต์เราไวรัลยากขึ้น ไม่เหมือนในยุคทีวีที่คนเสพสื่อไม่กี่ช่องทาง ซึ่งโจทย์ข้อนี้กลายเป็นความท้าทายใหม่ของนักสร้างแบรนด์ที่ต้องหาทางสร้างแบรนด์ขึ้นมาให้ได้ ข้อมูลจาก Kantar ชี้ว่า แบรนด์ที่มีการสื่อสาร 5 ช่องทาง เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารแบรนด์ได้ 2 เท่า และ 45% ของแบรนด์ที่มีอิทธิพลในปี 2024 มาจากการใช้สื่อแบบผสมผสาน แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป ยังมีวิธีที่ทำให้แบรนด์อยู่รอดในยุคนี้ คือ การทำแคมเปญในลักษณะ เล็กแต่มาก (Lots of Little) โดยทำคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์และดึงความสนใจของผู้คน ซึ่ง Citing Meta ระบุว่าการทำแคมเปญแบบนี้เพิ่มยอดขายได้ถึง 21% เทคนิคของแคมเปญเล็กแต่มาก อยู่ที่การใช้ความครีเอทีฟสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่หลากหลาย แปลก และสดใหม่ โดยจะต้องปรับให้เหมาะสมกับแต่ละแพลตฟอร์ม แต่ยังคงอยู่ภายใต้แนวคิดเดียวกัน เพื่อให้แต่ละสื่อทำงานร่วมกัน (Synergy) แบรนด์หนึ่งที่สามารถเป็นกรณีศึกษาที่ดีในยุคสื่อแตกกระจาย คือ McDonald’s โดยในงาน 2025 Cannes Lions Festival’s Creative รองประธานฝ่ายบริหารของ […]
ชวนรู้จัก Local Influencer เพราะเสียง ‘คนบ้านเดียวกัน’ น่าฟังกว่า

ในปัจจุบัน ผู้คนมักให้ความสนใจกับความจริงใจของคอนเทนต์มากขึ้น จึงทำให้ Local Influencer กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของแบรนด์ที่อยากสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่ท้องถิ่น Local Influencer คือใคร ?Local Influencer หรือ อินฟลูที่ทำคอนเทนต์เฉพาะในชุมชนหรือพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ช่องรีวิวคาเฟ่ในจังหวัด หรืออินฟลูที่ชอบแชร์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ทำให้อินฟลูประเภทนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตาม ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักเป็นช่องที่คนในจังหวัดเปิดขึ้นมา ทำให้ได้เห็นรีวิวที่ดูรู้ลึก รู้จริงและแตกต่างจากอินฟลูอื่น ๆ ข้อดีของ Local Influencer มีความน่าเชื่อถือ – รีวิวจาก Local Influencer ที่เป็นคนในพื้นที่เดียวกันดูน่าเชื่อถือกว่าการโฆษณาจากแบรนด์ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่ายกว่า – คอนเทนต์ของ Local Influencer มักจะดูเป็นกันเอง เหมือนแชร์ให้เพื่อนฟัง ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายกว่า รวมถึงผู้ติดตามส่วนใหญ่ของ Local Influencer มักเป็นคนในพื้นที่ ทำให้ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดได้ ยอดการมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น – Local Influencer มักจะทำคอนเทนต์รีวิวหรือบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว ส่งผลให้ยอดการมีส่วนร่วมและยอดแบบออแกนิกสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า – ถ้าเทียบกับอินฟลูเจ้าใหญ่ระดับประเทศ Local […]
Kidults ซื้อของเล่นไม่หยุด นักการตลาดเดินเกมยังไงดี?

อายุก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แต่ทำไมยิ่งโตยิ่งซื้อของเล่น ยังดูการ์ตูน ดูอนิเมะไม่หยุด พฤติกรรมของผู้ใหญ่หัวใจเด็กนี้ ถือว่าเป็นเทรนด์ที่ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะถึงกับมีการให้คำนิยามคนกลุ่มนี้ว่าเป็น #Kidult (Kid + Adult) ที่หมายถึง ผู้ใหญ่ที่ยังคงบริโภคสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับวัยเด็ก เช่น เกมกด การ์ด โมเดลต่าง ๆ ถ้าถามว่าตลาดนี้น่าสนใจแค่ไหน บริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่อย่าง Toys ‘R’ Us Asia ที่เรารู้จักกันดีก็ได้ตั้งธงตามเทรนด์ลงมาเล่นในตลาด สร้างสินค้าเพื่อเจาะกลุ่ม Kidult โดยเฉพาะ ซึ่งทางบริษัทก็ถือว่าเป็นการแก้เกมที่ปัจจุบันนี้ในแถบประเทศเอเชียมีเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอีกด้วยหรืออย่าง Uniqlo ที่ออกลายเสื้อคอลแลปกับอนิเมทต่าง ๆ ปีละหลายคอลเลกชัน ในขณะที่หากดูเป็นตัวเลข จากรายงานของ Circana ก็พบว่าวัยผู้ใหญ่สร้างยอดซื้อกว่า 1.5 พันล้านเหรียญ ในช่วง Q1 ของปี 2024 แซงหน้ากลุ่มอายุ 3-5 ปีไปแล้วครับ ทำไมเทรนด์ Kidult ถึงเติบโต? ของเล่นและกิจกรรมวัยเด็กเป็นอีกวิธีการเยียวยาจิตใจและผ่อนคลายจากวันวุ่น ๆ ของวัยผู้ใหญ่ โดย […]
มัดรวม Insight 2026! คนไทยใช้โซเชียลมีเดียยังไง

ในวันที่ผู้บริโภคใช้โซเชียลมีเดียหลากหลายมากขึ้น ชาวเอเจนซี่ต้องตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปให้ทัน บทความนี้คัดมาให้แล้ว สำหรับ Insight การใชโซเชียลมีเดียของคนไทยในปี 2025 ที่ผ่านมาที่น่าสนใจ จาก We Are Social ที่ทำรีพอร์ตเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียของประเทศต่าง ๆ ในทุกปี ลองเอาไปใช้ในแพลนปี 2026 นี้กันได้เลย! หรือถ้าใครอยากอ่านรีพอร์ต Insight การใชโซเชียลมีเดียของไทยและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกฉบับเต็ม จาก We Are Social สามารถอ่านต่อได้ที่ https://wearesocial.com/th/blog/2025/10/digital-2026/
