แบรนด์ชนะได้ เมื่ออยู่ถูกจังหวะในทุก Touchpoint ด้วย The Consumer Decision Journey

หลายคนคุ้นกับ Marketing Funnel ที่อธิบายว่า ผู้บริโภคเริ่มจากรู้จักแบรนด์ ค่อย ๆ พิจารณาตัวเลือก และจบที่การตัดสินใจซื้อ แต่ McKinsey เสนอว่า ในความเป็นจริง เส้นทางการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป และอาจอธิบายได้ดีกว่าด้วยแนวคิด The Consumer Decision Journey ซึ่ง McKinsey ได้พัฒนาแนวคิดนี้จากการศึกษาการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเกือบ 20,000 คน ครอบคลุม 5 อุตสาหกรรม ใน 3 ทวีป   The Consumer Decision Journey แบ่งเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่   1. Initial Consideration Set — ช่วงที่ผู้บริโภคมีแบรนด์อยู่ในใจ ผู้บริโภคมักเริ่มจากแบรนด์ที่นึกถึงได้ก่อน จากภาพจำของแบรนด์และ touchpoint ที่เคยเจอ เช่น โฆษณา ข่าว การพูดคุยกับคนรอบตัว หรือประสบการณ์ที่ผ่านมา […]

กลยุทธ์พลิกเกมสะสมแต้ม เปลี่ยนลูกค้าเป็น Creator ด้วย UGC และ Loyalty Program

UGC (User Generated Content) ถือเป็นคอนเทนต์ที่ไม่ว่าแบรนด์ไหนก็อยากให้มีเยอะ ๆ เพราะเป็นประเภทคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคพร้อมเชื่อมากกว่าโฆษณาแต่จะทำอย่างไรให้มีคอนเทนต์แบบนี้มากขึ้น? กลยุทธ์ที่เปลี่ยนจาก Pay-to-earn ให้กลายมาเป็น Create-to-earn จึงเกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องนี้เลยครับ !เพราะ Content Loyalty Program เป็นกลยุทธ์ที่ชักชวนให้ลูกค้าที่ใช้สินค้าอยู่แล้วมาร่วมมือกับแบรนด์ในฐานะครีเอเตอร์ โดยแบรนด์จะดึงดูดด้วยรางวัล สิทธิพิเศษ หรือพอยต์เพื่อใช้กับแบรนด์ในครั้งต่อไป ซึ่งข้อดีของกลยุทธ์นี้ก็คือ 1. สร้าง Brand Trust จาก Social Proofเพราะไม่ใช่โฆษณาที่บอกว่าเราดีที่สุด แต่มาจาก UGC ที่คนเห็นว่ามีคนใช้และแฮปปี้กับสินค้านั้นจริง ๆ รวมทั้งช่วยลดความลังเลในการซื้อสินค้าได้ด้วย 2. มีคลังคอนเทนต์ที่เอาไปใช้ประโยชน์ต่อได้เพราะลูกค้าจะหาวิธีพรีเซนต์และแชร์ประสบการณ์การใช้สินค้า บอกว่าชอบใช้แบบไหน หรือใช้สินค้าอย่างไร ซึ่งแบรนด์สามารถเอาข้อมูลไปพัฒนาสินค้าต่อได้ และกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะยิ่งรู้สึกดีกับแบรนด์มากไปอีกเมื่อเสียงของเขาได้รับการรับฟัง 3. ช่วยบูสต์ SEO บนโซลเชียลมีเดียเพราะคนจะค้นหาแบรนด์ได้ง่ายขึ้น จากคีเวิร์ดในคอนเทนต์ของลูกค้าที่มาช่วยทำให้กับแบรนด์ อ่านแล้วมีแต่ข้อดี แต่ถ้าจะใช้กลยุทธ์นี้ทั้งที แบรนด์ควรวางแผนการจัดการกับคอนเทนต์ที่จะเกิดขึ้น ออกแบบการให้รางวัลที่น่าสนใจ หรือให้มีความท้าทาย เพื่อให้เกิด UGC ที่มีคุณภาพมากกว่าจำนวนที่เยอะ เช่น อาจมีระดับของครีเอเตอร์ที่ต้องปลดล็อก เมื่อทำตามเงื่อนไขของแบรนด์ สร้างชาเลนจ์เพื่อเพิ่มความท้าทายให้ครีเอเตอร์ และเพื่อเพิ่มความสดใหม่ให้กับแบรนด์ […]

ทำความรู้จักการกิน “แบบนักวางแผน” พฤติกรรมการกินที่นักการตลาดต้องรู้

เมื่ออุตสาหกรรมอาหารต้องเผชิญกับพฤติกรรมการกินของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทุกวัน อย่างในปี 2026 นี้ เราชวนแบรนด์อาหารมาทำความรู้จักกับคำว่า “Stategic Consumption หรือการกินแบบนักวางแผน” แล้วธุรกิจอาหารควรปรับตัวอย่างไร โพสต์นี้มีคำตอบ  เกิดอะไรขึ้นกับพฤติกรรมผู้บริโภค?เพราะผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนจุดโฟกัสจากการกินให้อิ่ม เป็นกินให้หลากหลายเพื่อให้ร่างกายสมดุลมากขึ้น ซึ่งเทรนด์การรักสุขภาพแบบนี้ไม่ได้เพิ่งมานิยม อาจนิยมมานานมากว่าหลายปี แต่ที่เห็นกระแสแรงขึ้นในปีนี้ เป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายขยายวงกว้างขึ้นมาก ไม่ได้จำกัดแค่สายคลีนอีกต่อไป การกินแบบ Stategic Consumption เกิดจากการรวมกระแสเกี่ยวกับสารอาหารต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา เช่น ปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับในแต่ละวัน การกินเพื่อให้ได้สุขภาพองค์รวม เครื่องดื่มวิตามินเพื่อสุขภาพ การบริโภค Probiotic ไปจนถึงการกินที่เน้นปริมาณไฟเบอร์  จากกระแสนี้ทำให้ผู้บริโภคเลือกกินอาหารมากขึ้นส่งผลทำให้แบรนด์อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย เช่น แบรนด์ Junk Food ต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นนั่นเอง  ทำไมธุรกิจอาหารควรให้ความสนใจกับพฤติกรรมนี้?เนื่องจากพฤติกรรมนี้มีแนวโน้มที่จะอยู่ยาว จาก Mindset ของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนจาก 3 แกนหลักดังนี้ 1. ความตั้งใจ (Intentional) 2. การตั้งเป้าหมาย (Purposeful) 3. ความยั่งยืน (Sustainable) ซึ่งถือเป็น Mindset ที่ชัดเจนของผู้บริโภคในปัจจุบัน  […]

โจทย์ใหม่ของชาวเอเจนซี่! เมื่อคนขอพักจอพักใจ ไป Social Detox

ยุคนี้โซเชียลมีเดียกลายเป็นหนึ่งใน Execution หลักที่แบรนด์ต่างให้ความสนใจ แต่ในทางกลับกัน ผู้คนเริ่มถอยห่างจากโซเชียลมีเดียมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะแอปไหนอัลกอริทึมก็พยายามฟีดสิ่งที่คิดว่าคนน่าจะสนใจมาให้ตลอดเวลา จนแอบเหนื่อย ต้องขอตัวไปพักจอพักใจ เกิดเป็นเทรนด์ Social Detox กำลังเติบโต ซึ่งหมายความว่า กำลังมีคนเห็นแคมเปญหรือคอนเทนต์ของเราน้อยลง แล้วเราจะรับมือกับเทรนด์นี้อย่างไรดีให้คนใช้เวลาที่เล่นโซเชียลน้อยนิดหันมาสนใจแคมเปญหรือคอนเทนต์ของเรา หรือเราควรทำอย่างไรให้ยังคงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ต่อไป 1. เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณปัจจุบันหลายแบรนด์เริ่มหันมาใช้ AI ในการทำคอนเทนต์มากขึ้น เพราะได้คอนเทนต์จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว แต่ในทางหนึ่ง อาจทำให้คอนเทนต์เริ่มขาดความเป็นมนุษย์ ทำให้คนที่เลื่อนฟีดมาเจอปัดผ่านไป ดังนั้น แบรนด์ควรหันมาให้ความสนใจกับเนื้อหามากขึ้น เพิ่มความเป็นมนุษย์ในคอนเทนต์ เพื่อเข้าถึงใจให้คนหยุดดู เช่น ในทุก ๆ ปี IKEA จะนำเสนอบทความ Life at Home Report ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในบ้านให้มีความสุข ก่อนจะแอบ Tie-in สินค้าเล็ก ๆ ทำให้เห็นว่าแบรนด์ใส่ใจลูกค้า ไม่ได้เน้นขายของอย่างเดียว 2. มอบประสบการณ์ตรงใจให้ตรงเทสตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ Spotify ที่จะสุ่มเพลงที่คล้ายกับเพลงที่เราชอบฟังมาให้ ทำให้เราได้ค้นพบเพลงใหม่หลายเพลง รวมถึงในทุก ๆ สิ้นปียังมี Spotify Wrapped สรุปภาพรวมการฟังเพลงของเราให้เราได้แชร์ต่อ กลายเป็นไวรัลที่เราตั้งตารอก่อนหมดปี ส่วนอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น […]

2026 ละครสั้นแนวตั้งยังน่าสนใจอยู่ไหม?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดละครสั้นแนวตั้งเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลกและกลายเป็นช่องทางใหม่ที่แบรนด์แข่งกันทำโฆษณา แบรนด์ใหญ่เริ่มหันมาจับทางทำละครสั้นแนวตั้งของตัวเอง เช่น Starbucks ในจีน มีละครเรื่อง I Opened A Starbucks in Ancient Times เกี่ยวกับการย้อนเวลาไปเปิดร้าน Starbucks แต่การเติบโตนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย สิ่งสำคัญคือ “พฤติกรรมคนดู” ที่เปลี่ยนไป นี่คือ 3 Key Success ที่ทำให้ละครสั้นแนวตั้งกลายเป็นอาวุธลับของแบรนด์: 1. พล็อตเดาง่าย สนุกแบบไม่ต้องคิด: จุดเด่นของละครคุณธรรมหรือละครสั้นคือไม่ต้องคิดตามเยอะ แม้การแสดงจะดูแข็ง ๆ แต่นั่นกลับเป็นจุดแข็งที่ทำให้คนอยากดูต่อ ใช้เวลาแค่ตอนละ 1.30 – 2.00 นาทีก็จบ 1 ตอน และมักจะทิ้งท้ายให้ค้างคาจนหยุดดูไม่ได้ 2. ขายของแบบมีชั้นเชิง: ความท้าทายของแบรนด์ คือ ละครสั้นต้องสนุก แต่ต้องมีชั้นเชิงในการขายสินค้า ถ้าพล็อตเรื่องไวรัล สินค้าที่แฝงอยู่ก็มีโอกาสไวรัลตามไปด้วย 3. ลงช่องทางไหนก็เข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้ง่าย: เพราะในไทยมีช่องทางการเผยแพร่ที่แพร่หลาย ทั้งผ่านแอปพลิเคชันสตรีมมิงและโซเชียลมีเดีย ทำให้แบรนด์และครีเอเตอร์มีโอกาสสร้างรายได้ทั้งจากการโฆษณาและการสมัครสมาชิก ถ้ามองทิศทางตลาดโลกโดยรวมแล้ว ตอนนี้ละครสั้นแนวตั้งยังคงเป็นอีก Execution หนึ่งที่ยัง ‘น่าทำ’ แต่อาจมีความท้าทายใหม่ ๆ […]

ส่องพฤติกรรม LEAN LUXURY CONSUMER

กลุ่มผู้บริโภคสไตล์ Lean Luxury ถือว่าเป็นกลุ่มที่สะท้อนแนวคิดการใช้เงินในยุคนี้ได้ดีมากครับ เพราะความหรูหราของพวกเขา คือ “คุณภาพ ความคราฟต์ และคุณค่า” ที่จะได้รับจากสินค้าหรือประสบการณ์นั้น ๆ   พูดง่าย ๆ ก็คือพวกเขา ไม่ได้จ่ายแพงเพื่ออวด แต่จ่ายอย่างชาญฉลาดเพื่อให้ได้คุณภาพชีวิตที่ดี   เราเลยจะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่ม Lean Luxury ว่าพวกเขามีแนวคิดและพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าอย่างไร เพื่อให้นักการตลาดสามารถนำไปปรับใช้ในการสร้างกลยุทธ์เข้าถึงคนกลุ่มนี้กันครับ ที่มา: https://shorturl.asia/60kyb / https://shorturl.asia/wzxpt / https://shorturl.asia/FuLZA / https://shorturl.asia/XIoBZ

เจาะเหตุผล ทำไมตลาดมือสองกำลังโตแรง

เมื่อตลาดมือสองไม่ใช่เพียงตลาดสำหรับของถูกอีกต่อไป แต่ในมุมมองของผู้บริโภคมองว่าตลาดมือสองเป็นเหมือนอีกแหล่งซื้อขายที่รวมของยูนีค ความคุ้มค่า โดยมีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการเติบโตของตลาดมือสองของไทยในปี 2024-2027 จะเติบโตต่อเนื่องราว 15% จากมูลค่า 1,800 ล้านบาทในปี 2023 เมื่อเทียบกับสหรัฐ ภูมิภาคเอเชียถือเป็นตลาดใหญ่ของสินค้ามือสอง จนกลายเป็นอีกธุรกิจค้าปลีกที่ทำให้แบรนด์แฟชันต้องปรับตัวเช่นกัน แล้วทำไมมุมมองของตลาดมือสองถึงเปลี่ยนไปสาเหตุมีดังนี้ ราคาสินค้าแฟชันมือหนึ่งมีราคาสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้า หรือค่าทรัพยากรในการผลิตที่มีต้นทุนอันส่งผลต่อราคาสินค้านั่นเอง ของบางชิ้นมีความยูนีคและไม่เหมือนใคร จากมุมมองนี้ทำให้ผู้บริโภคหลายกลุ่มให้ความนิยมการซื้อของตลาดมือสองกันมากขึ้น ของมือสองบางชิ้นถือเป็นการลองก่อนใช้ของผู้ซื้อในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งหลายแบรนด์ใช้จุดนี้เป็นกลยุทธ์ เพราะเมื่อลูกค้าประทับใจ ก็มีแนวโน้มจะกลับมาซื้อสินค้าชิ้นใหม่ แนวคิดเรื่องความยั่งยืน การใช้ซ้ำกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดใจซื้อในปัจจุบัน ตลาดมือสองในปี 2026 ไม่เพียงแต่เติบโต แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจค้าปลีกหลัก ที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม การปรับเปลี่ยนทิศทางของแบรนด์ให้สอดคล้องกับแนวคิดที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคก็อาจเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงมากขึ้นได้ เช่น นำสินค้าเก่ามาแลกส่วนลดสินค้าใหม่ หรือสร้างพื้นที่การส่งต่อของผ่านแบรนด์โดยตรง เป็นต้น ที่มา: https://shorturl.asia/aeupf/ https://shorturl.asia/OgN4V / https://shorturl.asia/rZXi6 

สินค้า Overprice ไปต่อหรือพอแค่นี้?

กาแฟแก้วละ 100 บาท กับแก้วละ 40 บาท หรือไอศกรีมถ้วยละ 20 บาทกับถ้วยละ 300 บาท นอกจากวัตถุดิบคุณภาพที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีอะไรบ้างที่ทำให้ผู้ขายสามารถตั้งราคาได้สูงกว่าตลาดทั่วไป แล้วทำไมท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน คนไทยถึงยังยอมควักกระเป๋าจ่ายอยู่  Overpriced = ของราคาแพงจริงไหม?ผศ.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายความต่างไว้ชัดเจนครับว่า “สินค้าราคาแพง” คือสินค้าที่มีราคาสูงแต่มาพร้อมกับคุณภาพ เช่น รถยนต์ แต่ “สินค้า Overpriced” คือสินค้าที่มีราคามากกว่าคุณภาพที่ควรจะเป็น ซึ่งเรามักเห็นได้ในกลุ่ม อาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า ไปจนถึงคอนเสิร์ต  แล้วทำไมถึงตั้งราคาสูงได้?เหตุผลก็คือ ผู้ขายไม่ได้ขายแค่ “ตัวสินค้า” แต่กำลังขาย “ความเชื่อมั่น” “ภาพลักษณ์” และ “ประสบการณ์” ที่สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์ให้ผู้บริโภค เช่น บางคนกินชานมเอาอร่อย แต่บางคนยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อความรู้สึกในร้านที่มีใบชาให้เลือกหลากหลายกว่า นอกจากนี้ ยังมี 3 ปัจจัยหลักทางจิตวิทยาที่ทำให้คนยังยอมจ่าย: กระแส FOMO (Fear of Missing Out): […]

5 ทริคเพิ่ม Organic Reach บน Social Media ฉบับรับมือกับอัลกิริทึม

เชื่อว่านักการตลาดและครีเอเตอร์หลายคนคงเจอปัญหานี้กันเยอะ เพราะอัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์มเปลี่ยนไปทุกวัน และยิ่งสนับสนุนให้เราใช้การโฆษณาเพื่อเข้าถึงคนให้มากขึ้น Createx เลยขอแชร์ 5 ทริคเพิ่ม Organic Reach แบบเน้นคุณภาพเนื้อหา เพื่อให้คอนเทนต์ของเราเข้าถึงคนมากขึ้นในวันที่อัลกอริทึมเปลี่ยนไป โดยที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกลยุทธ์ของแบรนด์ได้ทันทีครับ  ที่มา: https://shorturl.asia/YvV9A / https://shorturl.asia/vDRuw