เจาะลึกจิตวิทยาการตลาด “มาม่าต้มนม” ทำไมถึงแมส?

“ต้มยำกุ้งน้ำข้น ตัว OK ใช้นมต้มอร่อย โคตรอร่อย”หลังจากหลายคนได้ยินประโยคนี้จากคุณพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้ไปสัมภาษณ์กับคุณสรยุทธ ก็ทำเอาเชลฟ์มาม่าแตก เติมของกันไม่ทัน เพราะพร้อมใจกันไปซื้อมาทดลองทำตาม ซึ่งก็ไม่จบแค่นั้น ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลวิธีการทำในคอมมูนิตี้กันอีกด้วยว่าต้มกี่นาที รสชาติเป็นอย่างไร ใช้นมตัวไหนนัวกว่า ซึ่งถือเป็นอีกปรากฎการณ์ที่คาดไม่ถึง เพราะการแนะนำไอเดียในครั้งนี้ไม่ได้มาจากคอนเทนต์ UGC หรือมาจาก Influencer แต่ดันมาจากตัวแบรนด์เอง.โพสต์นี้เลยจะชวนมาดูกันว่า ปรากฎการณ์มาม่าต้มใส่นม มีจิตวิทยาอะไรอยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้กันบ้างครับ. Information Gap Theory – เมื่อคนเราพบว่ามีช่องว่างในเรื่องที่พวกเขาสนใจ สมองจะเกิดอาการคันและอยากหาคำตอบจากปกติที่หลายคนจดจำหรือเห็นวิธีทำบนซอง ก็ทราบดีกันอยู่แล้วว่ามาม่าต้องใช้น้ำร้อนต้มเส้น แต่เมื่อมีการออกมาบอกว่ามาม่าใช้นมต้มได้ แล้วอร่อยด้วย ข้อมูลใหม่นี้จึงกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น สมองเกิดช่องว่างที่ต้องการเติมเต็ม สุดท้ายหลายคนจึงอดไม่ได้เลยที่รีบไปซื้อมาลองทันที. Authority Bias – คนเรามักจะเชื่อและทำตามคำแนะนำของคนที่เรามองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเคสนี้ถือว่าข้อมูลมาจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเลยครับ เพราะมาจากคำพูดของผู้บริหารเอง ที่หลายคนมองว่าคนนี้แหละที่เป็นตัวจริงเรื่องมาม่า ซึ่งทำให้หลายคนตัดสินใจที่จะลองได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม. Social Proof – เมื่อมีคนมาทดลองทำตามกันเยอะ ๆ และเริ่มยืนยันในผลลัพธ์ คนทั่วไปก็พร้อมทำตามสำหรับสูตรมาม่าต้มใส่นม แม้จะเป็นการกินในแบบที่คนอาจไม่คุ้นชิน แต่เมื่อมีคนเริ่มลองทำตามแล้วออกมาบอกต่อในคอมมูนิตี้ว่า […]
ส่องพฤติกรรม LEAN LUXURY CONSUMER

กลุ่มผู้บริโภคสไตล์ Lean Luxury ถือว่าเป็นกลุ่มที่สะท้อนแนวคิดการใช้เงินในยุคนี้ได้ดีมากครับ เพราะความหรูหราของพวกเขา คือ “คุณภาพ ความคราฟต์ และคุณค่า” ที่จะได้รับจากสินค้าหรือประสบการณ์นั้น ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือพวกเขา ไม่ได้จ่ายแพงเพื่ออวด แต่จ่ายอย่างชาญฉลาดเพื่อให้ได้คุณภาพชีวิตที่ดี เราเลยจะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่ม Lean Luxury ว่าพวกเขามีแนวคิดและพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าอย่างไร เพื่อให้นักการตลาดสามารถนำไปปรับใช้ในการสร้างกลยุทธ์เข้าถึงคนกลุ่มนี้กันครับ ที่มา: https://shorturl.asia/60kyb / https://shorturl.asia/wzxpt / https://shorturl.asia/FuLZA / https://shorturl.asia/XIoBZ
เจาะเหตุผล ทำไมตลาดมือสองกำลังโตแรง

เมื่อตลาดมือสองไม่ใช่เพียงตลาดสำหรับของถูกอีกต่อไป แต่ในมุมมองของผู้บริโภคมองว่าตลาดมือสองเป็นเหมือนอีกแหล่งซื้อขายที่รวมของยูนีค ความคุ้มค่า โดยมีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการเติบโตของตลาดมือสองของไทยในปี 2024-2027 จะเติบโตต่อเนื่องราว 15% จากมูลค่า 1,800 ล้านบาทในปี 2023 เมื่อเทียบกับสหรัฐ ภูมิภาคเอเชียถือเป็นตลาดใหญ่ของสินค้ามือสอง จนกลายเป็นอีกธุรกิจค้าปลีกที่ทำให้แบรนด์แฟชันต้องปรับตัวเช่นกัน แล้วทำไมมุมมองของตลาดมือสองถึงเปลี่ยนไปสาเหตุมีดังนี้ ราคาสินค้าแฟชันมือหนึ่งมีราคาสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้า หรือค่าทรัพยากรในการผลิตที่มีต้นทุนอันส่งผลต่อราคาสินค้านั่นเอง ของบางชิ้นมีความยูนีคและไม่เหมือนใคร จากมุมมองนี้ทำให้ผู้บริโภคหลายกลุ่มให้ความนิยมการซื้อของตลาดมือสองกันมากขึ้น ของมือสองบางชิ้นถือเป็นการลองก่อนใช้ของผู้ซื้อในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งหลายแบรนด์ใช้จุดนี้เป็นกลยุทธ์ เพราะเมื่อลูกค้าประทับใจ ก็มีแนวโน้มจะกลับมาซื้อสินค้าชิ้นใหม่ แนวคิดเรื่องความยั่งยืน การใช้ซ้ำกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดใจซื้อในปัจจุบัน ตลาดมือสองในปี 2026 ไม่เพียงแต่เติบโต แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจค้าปลีกหลัก ที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม การปรับเปลี่ยนทิศทางของแบรนด์ให้สอดคล้องกับแนวคิดที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคก็อาจเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงมากขึ้นได้ เช่น นำสินค้าเก่ามาแลกส่วนลดสินค้าใหม่ หรือสร้างพื้นที่การส่งต่อของผ่านแบรนด์โดยตรง เป็นต้น ที่มา: https://shorturl.asia/aeupf/ https://shorturl.asia/OgN4V / https://shorturl.asia/rZXi6
สินค้า Overprice ไปต่อหรือพอแค่นี้?

กาแฟแก้วละ 100 บาท กับแก้วละ 40 บาท หรือไอศกรีมถ้วยละ 20 บาทกับถ้วยละ 300 บาท นอกจากวัตถุดิบคุณภาพที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีอะไรบ้างที่ทำให้ผู้ขายสามารถตั้งราคาได้สูงกว่าตลาดทั่วไป แล้วทำไมท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน คนไทยถึงยังยอมควักกระเป๋าจ่ายอยู่ Overpriced = ของราคาแพงจริงไหม?ผศ.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายความต่างไว้ชัดเจนครับว่า “สินค้าราคาแพง” คือสินค้าที่มีราคาสูงแต่มาพร้อมกับคุณภาพ เช่น รถยนต์ แต่ “สินค้า Overpriced” คือสินค้าที่มีราคามากกว่าคุณภาพที่ควรจะเป็น ซึ่งเรามักเห็นได้ในกลุ่ม อาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า ไปจนถึงคอนเสิร์ต แล้วทำไมถึงตั้งราคาสูงได้?เหตุผลก็คือ ผู้ขายไม่ได้ขายแค่ “ตัวสินค้า” แต่กำลังขาย “ความเชื่อมั่น” “ภาพลักษณ์” และ “ประสบการณ์” ที่สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์ให้ผู้บริโภค เช่น บางคนกินชานมเอาอร่อย แต่บางคนยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อความรู้สึกในร้านที่มีใบชาให้เลือกหลากหลายกว่า นอกจากนี้ ยังมี 3 ปัจจัยหลักทางจิตวิทยาที่ทำให้คนยังยอมจ่าย: กระแส FOMO (Fear of Missing Out): […]
5 ทริคเพิ่ม Organic Reach บน Social Media ฉบับรับมือกับอัลกิริทึม

เชื่อว่านักการตลาดและครีเอเตอร์หลายคนคงเจอปัญหานี้กันเยอะ เพราะอัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์มเปลี่ยนไปทุกวัน และยิ่งสนับสนุนให้เราใช้การโฆษณาเพื่อเข้าถึงคนให้มากขึ้น Createx เลยขอแชร์ 5 ทริคเพิ่ม Organic Reach แบบเน้นคุณภาพเนื้อหา เพื่อให้คอนเทนต์ของเราเข้าถึงคนมากขึ้นในวันที่อัลกอริทึมเปลี่ยนไป โดยที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกลยุทธ์ของแบรนด์ได้ทันทีครับ ที่มา: https://shorturl.asia/YvV9A / https://shorturl.asia/vDRuw
Pet Friendly vs. Pet Allow เช็กความต่างก่อนทำการตลาดกับ Pet Parent

ตลาดสำหรับสัตว์เลี้ยงยังคงโตอย่างต่อเนื่อง เพราะ Pet parent หรือคนเลี้ยงสัตว์มองว่า สัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากลูก ซึ่งข้อมูลจากบัตรเครดิต KTC เผยว่า แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ยอดค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดสัตว์เลี้ยงโตทะลุหลักพันล้าน! และในงาน Pet Expo ช่วงเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ก็มีผลสำรวจพบว่ามีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 3-5 หมื่นบาทเลยทีเดียว เมื่อ “การเปย์เพื่อความสุขของลูกรักสี่ขา” กลายเป็นเรื่องปกติ จึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจต่าง ๆ ตั้งแต่ร้านอาหาร โรงแรม คอนโด ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างสนใจขยับตัวเข้าหาตลาดนี้ บทความนี้เลยจะชวนกันมาทำความเข้าใจความต่างระหว่าง Pet Friendly กับ Pet Allowed ก่อนที่จะไปวางแผนโปรโมตและให้รายละเอียดกับ Pet Parent กันครับ แต่สุดท้าย ไม่ว่าจะเลือกเป็น Pet Friendly หรือ Pet Allowed สิ่งที่สำคัญคือ การลงรายละเอียดเรื่องกฎ ข้อจำกัดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงให้ครอบคลุมหรือชัดเจนที่สุด เช่น ขนาด น้ำหนัก สายพันธุ์ การกำหนดโซนต่าง ๆ เพื่อให้ Pet […]
Humble Branding เข้าถึงคนธรรมดาด้วยการตลาดแบบถ่อมตัว

ในหนึ่งวัน คุณเจอโฆษณาบนโลกออนไลน์กี่ชิ้น?หลายคนคงตอบว่านับไม่ถ้วน เพราะมีทั้งโฆษณาที่เสียเงินมาหาเรา โฆษณาผ่านเพจ ผ่านช่องของ Influencers ซึ่งแต่ละหลายชิ้นอัดแน่นด้วยข้อมูล คุณสมบัติ หรือบางชิ้นก็แอบโฆษณาเกินจริงไปบ้าง.จากสิ่งนี้ ผู้บริโภคหลายคนเลยพร้อมยินดีจ่ายค่า Subscription เพื่อไม่ให้เจอโฆษณาหรือเจอน้อยลง ในขณะที่บางกลุ่มก็ถึงขั้นรณรงค์ให้เลือกซื้อสินค้ากันอย่างมีสติ อย่าตกเป็นเหยื่อการตลาด พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าด้วยแนวคิด ไม่ช้อปตามกระแสจึงมีเพิ่มขึ้นตามมาด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ด้วยเหตุนี้ Humble Branding จึงเป็นเทรนด์ใหม่ที่จะมาตอบโจทย์ในวันที่ผู้บริโภคมีความไว้วางใจหรือเชื่อใจแบรนด์ลดลงครับ. Humble Branding คืออะไร?คือ การตลาดที่แบรนด์เข้าหาผู้บริโภคด้วยความถ่อมตัว สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจ หรือก็คือ การที่แบรนด์ #ทำตัวให้เป็นมนุษย์ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นว่าเรา #เข้าใจพวกเขา ซึ่งหลักการสำคัญของการเป็น Humble branding คือ 1. การยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบที่เป็นเรื่องของคนธรรมดา หรือการที่แบรนด์เข้าใจว่าผู้บริโภคก็เป็นคนทั่วไป ที่มีความไม่สมบูรณ์แบบ มีความผิดพลาด หรือมีเหตุผลในการใช้ชีวิตที่บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่ยอมรับว่าตัวแบรนด์เองก็สามารถทำผิดพลาดได้เช่นกัน ยกตัวอย่าง แคมเปญ The Joy of Everyday ของ Just Eat ที่ตัวละครบอกว่าสั่งเดลิเวอรีเพราะอยากช่วยร้านค้าเล็ก ๆ ใกล้บ้าน แต่จบแบบหักมุมว่า […]
5 เทรนด์ผู้บริโภคมาแรง ปี 2026

ในปี 2026 นี้ การทำความเข้าใจ “𝗖𝗼𝗻𝘀𝘂𝗺𝗲𝗿 𝗜𝗻𝘀𝗶𝗴𝗵𝘁” ยังถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กลยุทธ์การตลาดของแบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ วันนี้เลยขอสรุป 5 เทรนด์ผู้บริโภคที่เกิดจาก “𝗖𝗼𝗻𝘀𝘂𝗺𝗲𝗿 𝗜𝗻𝘀𝗶𝗴𝗵𝘁” ที่น่าจับตามองในปีนี้มาฝากกันครับ 1. 𝗟𝗼𝗻𝗴𝗲𝘃𝗶𝘁𝘆 𝗟𝗶𝘃𝗶𝗻𝗴: ไม่ป่วยว่าดีแล้ว แต่สุขภาพดีในระยะยาวนี่แหละใช่เลย การดูแลสุขภาพไม่ได้จำกัดแค่คนที่อายุเยอะแล้วครับ เทรนด์นี้ขยายตัวจากกลุ่มผู้สูงอายุสู่ Gen Z และ Millennials ที่หันมาลงทุนกับสุขภาพผ่านกิจกรรมอย่าง พิลาทิส หรือการปีนผา เพราะผู้บริโภคยุคนี้ต้องการมีชีวิตที่ยืนยาวเพื่อใช้ชีวิตในแบบที่ชอบให้นานที่สุด 2. 𝗘𝗦𝗚 & 𝗥𝗮𝗱𝗶𝗰𝗮𝗹 𝗧𝗿𝗮𝗻𝘀𝗽𝗮𝗿𝗲𝗻𝗰𝘆: ใส่ใจทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และความโปร่งใสในชีวิต จากข้อมูลพบว่าผู้บริโภคยุค 2026 ให้ความสำคัญกับจริยธรรมของแบรนด์อย่างมาก ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความปลอดภัยของข้อมูล (Data Privacy) แบรนด์ที่มีจุดยืนชัดเจนและพิสูจน์ความคุ้มค่าได้จริง จะได้รับความไว้วางใจในระยะยาว ไม่ใช่แค่การทำแคมเปญตามเทศกาลเท่านั้นครับ 3. 𝗕𝗲𝗮𝘂𝘁𝘆 𝗜𝗱𝗲𝗻𝘁𝗶𝘁𝘆: สวยจากภายในนี่แหละเริ่ดที่สุด จากเทรนด์ Longevity Living ทำให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญของการดูแลตัวเองจากภายใน […]
“ไปด้วยแต่ไม่ดื่มนะ” เทรนด์ใหม่ที่กลายเป็นความเท่ของใครหลายคน

เมื่อการเลือกที่จะไม่ดื่มสำหรับคนรุ่นใหม่คือความเท่ จนเกิดเป็น Sober Curious พฤติกรรมที่มองหาความเมารูปแบบใหม่ จาก Movement นี้ทำให้เห็นว่าในอนาคตอาจเกิดสินค้า Non Alcohol แบบใหม่ที่น่าจับตามองได้ แนวคิด Sober Curious เกิดจากการตั้งคำถามง่าย ๆ อย่าง• “เราดื่มไปทำไม?”• “เราจำเป็นต้องดื่มเพื่อเข้าสังคมเหรอ?” นอกจากนี้ข้อมูลงานวิจัย Mintel (2023) กว่า 39% เลือกไม่ดื่มเพื่อสุขภาพกาย 29% เพื่อสุขภาพจิต และ 71% กังวลถึงผลกระทบระยะยาวจากการดื่ม เช่นโรคมะเร็ง หรือโรคตับเป็นต้น จากกระแสนี้ทำให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มบางรายก็มองว่าคืออุปสรรคที่ต้องผ่านไปได้ แต่บางรายกลับมองเป็นโอกาส เช่น Carlsberg A/S บริษัทเบียร์จากเดนมาร์กกระโดดเข้าไปเล่นในตลาดเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เช่นกัน ในอนาคตกระแส Sober Curious อาจเป็นเพียงเฉพาะกลุ่มหรืออาจมีโอกาสขยายเป็นวงกว้างก็ได้ การที่หลายแบรนด์หรือผู้ประกอบการเข้าใจถึงความต้องการของคนกลุ่มนี้ ก็อาจช่วยให้มีสินค้ารูปแบบใหม่ ๆ ออกตลาดมากขึ้นอาทิเช่น Sparkling ต่าง ๆ และ Non-Alcohol Drink นั่นเอง ขอบคุณที่มา: https://shorturl.asia/pxgVshttps://shorturl.asia/6bWsH
