การสร้างความยั่งยืนแบบไหนถึงดึงใจผู้บริโภคได้

เมื่อการ “รักษ์โลก” ถูกขยายให้กว้างขึ้นเป็น “ความยั่งยืน” ของการจัดการทรัพยากรในการดำเนินธุรกิจอย่างครอบคลุม เพราะผู้บริโภคที่ concern เรื่องความยั่งยืนที่สุดจะอยู่ในกลุ่มคน Generation Z ลงมา นั่นหมายความว่าคนกลุ่มนี้กำลังจะกลายมาเป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ และมีอิทธิพลต่อการจับจ่ายซื้อสินค้าในอนาคต แบรนด์และเหล่านักการตลาดจะต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้พฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องอะไรบ้าง รวมไปถึงต้องพัฒนาหรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ไปในด้านไหน สิ่งสำคัญคือการสื่อสารแบบใดที่จะดึงใจของผู้บริโภคได้บ้าง 🍀 สร้าง “ความยั่งยืน” คือสิ่งที่แบรนด์ต้องทำให้เห็นว่าทำได้จริง “ผลิตโดยไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์”“อาหารรสชาติดีจากส่วนผสมที่มาจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ยั่งยืน”“มอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ช่วยปกป้องผิวของคุณ” นี่คือการใช้ Disclaimer ที่มีการศึกษาว่าส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืน แต่สิ่งที่จะได้มาซึ่งคำเคลมเหล่านี้แบรนด์จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างจริงจัง เช่น การเปลี่ยนแปลงส่วนผสมบางอย่างในผลิตภัณฑ์, เปลี่ยนซัพพลายเออร์เพื่อต้นทางการผลิตที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หรือลงทุนเพื่อวิจัยอย่างเป็นกระบวนการตลอดการผลิต ซึ่งนี่จะเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่แบรนด์ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ 🍀 สร้างความยั่งยืนมาพร้อมกับความมั่นใจระยะยาว ผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืนเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ที่สร้างความปลอดภัยในสุขภาพ พร้อมทั้งตรวจสอบแหล่งที่มาของส่วนผสมและสงสัยในกระบวนการผลิตเสมอ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีหลายแบรนด์ที่จะพยายามผลักดันให้เกิดความยั่งยืนทั้งห่วงโซ่การทำธุรกิจ ซึ่งนี่จะกลายเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ นั่นเพราะทำให้พวกเขาเห็นว่าแบรนด์จริงใจที่จะสร้างความยั่งยืนให้โลกอย่างแท้จริง ฉะนั้นการกล่าวอ้างเพียงผิวเผินอาจจะไม่ใช่สิ่งซื้อใจผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้ในระยะยาว 🍀 สร้างความชัดเจนในสิ่งที่ผู้บริโภคอยากรู้ เช่น เรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ แม้จะเก่งในเรื่องการหาข้อมูล แต่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ก็ไม่ได้อยากรู้คุณสมบัติของสินค้าหรือบริการที่จะซื้อด้วยคำศัพท์วิทยาศาสตร์ยาก ๆ หรือเรื่องที่เป็นประโยชน์ที่ไกลตัวมาก ๆ สิ่งที่ทริกเกอร์คนกลุ่มนี้ได้นอกจากคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้นหลังจากใช้สินค้าแล้ว ก็เช่น วิธีการปลูกที่ไม่มีส่วนผสมอันตราย ผลิตโดยไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม หรือกระทั่งการยืดอายุการใช้ ลดการสร้างขยะและ Food-Waste ฯลฯ 👉🏻 […]

 Influencer Review vs. User Generated Content ทำแคมเปญแบบใดดีย์

วิธีการที่หลากหลายของการทำแคมเปญนับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่นักการตลาดต้องพยายามเฟ้นหามาใช้ให้เกิดโอกาสกับธุรกิจลูกค้ามากที่สุด ยิ่งตอนนี้แพล็ตฟอร์มต่าง ๆ เอื้อให้เกิดการทำแคมเปญด้วยวิธีการที่หลากหลายมากขึ้นด้วย เห็นได้ชัดจากการสร้าง Awareness ผ่าน User ทั้ง Influencer Review และ User Generated Content แล้วเราควรเลือกทำแคมเปญผ่านใครถึงจะเหมาะกับกลยุทธ์ของเราล่ะ ⭐️ Influencer Reviewยังคงเป็น Must Have ของแบรนด์ เพื่อสื่อสารไปถึงกลุ่ม Target ได้ชัดเจนและหลากหลายมากขึ้น ทั้งการเลือกใช้อินฟลูฯ ก็มีความแน่นอนเพราะยังไงก็ได้ Content และมีความน่าเชื่อถือ แต่อาจจะได้จำนวน Content น้อย เพราะอาจจะต้อใช้ Budget มากสักหน่อยครับ ⭐️ User Generated Content หรือ UGCเริ่มมีมากขึ้น นักการตลาดที่อยากให้แคมเปญถูกเข้าถึงผ่านจาก UGC ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมจาก User ด้วย อาจจะไม่ได้ใช้เงินจ้างโดยตรง แต่ต้องมีรางวัล สิ่งตอบแทน หรือสนับสนุนให้เกิด Affiated เมื่อ User ทำได้ตรงตามข้อกำหนดของแบรนด์ ที่สำคัญแบรนด์ต้องมี Budget […]

ใช้ภาษายังไง? ให้ดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมาย

💬 “ภาษา” ถือว่าเป็นหัวใจหลักที่สำคัญในการสื่อสารของการทำงานสายการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ (Branding) และการประชาสัมพันธ์ (Public Relations) ทุกรูปแบบต่างต้องใช้ เพื่อช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น วันนี้ขอบอกทริครูปแบบการใช้ภาษาที่นักการตลาดจำเป็นต้องรู้ว่าจะใช้แบบไหน เพื่อดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจ และซื้อสินค้าหรือบริการของคุณให้ได้มากที่สุด ไปดูกันเลยครับ 👉🏻 รู้จักกลุ่มเป้าหมายการใช้ภาษาการตลาดที่ดีควรคิดขึ้นเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร พวกเขาให้ความสนใจในเรื่องไหนบ้าง รวมไปถึงข้อมูลต่าง ๆ เพื่อตอบสนองในสิ่งที่คุณต้องการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ 👉🏻 เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายเมื่อคุณกำหนดกลุ่มเป้าหมายชัดเจนแล้ว สิ่งที่ต้องการสื่อสารควรมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย เพราะแต่ละกลุ่มมีความต้องการแตกต่างกัน ไม่ควรใช้ภาษาที่กว้างเกินไปหรือแคบเกินไป เพื่อเชื่อมโยงความรู้สึกเข้ากับกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น ถ้าเราต้องการเจาะกลุ่มคนเล่นเกม เราก็ต้องคุยภาษาเกมได้ เช่น ใช้คำศัพท์ที่คนเล่นเกมรู้กัน 👉🏻 ชัดเจน เข้าใจง่ายการเลือกใช้ภาษาหรือคำศัพท์ไม่ใช้ควรคำที่กำกวมสองแง่มุม และไม่ควรเลือกใช้คำศัพท์หรือวลีที่ซับซ้อนเข้าใจยากจนเกิดความสับสน 👉🏻 กระชับ คม ตรงประเด็นหลีกเลี่ยงการใช้คำฟุ่มเฟือยหรือยืดยาวจนเกินไป ควรย่อยให้สั้นกระชับตรงไปตรงมา และตรงประเด็น อ่านแล้วจับใจความได้ทันที 👉🏻 ดึงดูดความสนใจโน้มน้าวใจให้กับผู้อ่าน ด้วยการกระตุ้นอารมณ์เพื่อสร้างความรู้สึกในใจ เช่น ความสุข ความต้องการ หรือความกลัว เพราะความรู้สึกเหล่านี้ จะช่วยดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจซื้อได้ทันที 👉🏻 มีความจริงใจ และน่าเชื่อถือเพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความไว้วางใจในตัวแบรนด์ และตัวสินค้า […]

Fandom Marketing รวมพลังแฟนคลับสู่พลังขับเคลื่อนแบรนด์

ช่วงปีสองปีมานี้ เราจะเห็นกันบ่อยมากที่แบรนด์ต่าง ๆ มักจะร่วมงานกับพรีเซนเตอร์ หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่มีแฟนด้อมพร้อมซัพพอร์ตอย่างเหนียวแน่น เช่น แบรนด์ฝั่งสกินแคร์ แบรนด์แฟชัน หรือแม้แต่แบรนด์ด้านการสื่อสารโทรคมนาคม 🥰 Fandom คืออะไร? คำนี้เกิดมาจากการเอาคำว่า “Fan” มารวมกับคำว่า “Kingdom” ทำให้เกิดความหมายใหม่ที่หมายถึง อาณาจักรของผู้ที่ชื่นชอบ หลงใหลหรือรักในสิ่งเดียวกัน ซึ่งในปัจจุบันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวงการบันเทิงที่จะมีแค่แฟนด้อมของศิลปินเท่านั้น แต่ยังมีแฟนด้อมของวงการอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น วงการกีฬา วงการ E-Sports วงการการเมือง หรือแม้แต่การเป็นแฟนด้อมของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง เช่น สาวก Apple หากใครกำลังลังเลว่าจะเดินหน้าต่อกับกลยุทธ์การทำตลาดแบบนี้อยู่ โพสต์นี้เราก็ขอชวนมาดูว่าการทำการตลาดกับกลุ่มแฟนด้อม หรือที่เรียกว่า Fandom Marketing นั้น มีดีอย่างไร และทำไมพลังความรักของแฟนด้อมเหล่านี้ถึงเป็นพลังขับเคลื่อนแบรนด์ได้กันครับ 🤟🏻 1. Awareness พุ่ง เพราะแฟนด้อมมุ่งช่วยโปรโมตให้คนที่รัก การช่วยกระจายผลงานหรือบอกต่อกิจกรรมต่าง ๆ ของคนที่รักอยู่เสมอ คือหนึ่งในบทบาทสำคัญของแฟนด้อมที่ทำให้เราเห็นแฮชแท็กแคมเปญของแบรนด์ต่าง ๆ ติดเทรนด์กันมานักต่อนักครับ เนื่องจากเป้าหมายของแฟนคลับที่มีผลสำรวจออกมาพบว่ากว่า 46% อยากจะช่วยสนับสนุนคนที่ชื่นชอบให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งตรงนี้เองทำให้แบรนด์ได้ประโยชน์จากการแชร์และการบอกต่อ […]

5 ข้อระวังก่อนทำ Realtime Content

สายครีเอทีฟและคอนเทนต์ใครก็อยากให้งานที่ทำไวรัลทั้งนั้น และการทำ Real-Time คอนเทนต์ ก็เป็นหนึ่งในโอกาสที่เราจะจับกระแสจนทำให้คอนเทนต์ของเราเป็นไวรัลได้เหมือนกัน ที่สำคัญคอนเทนต์ที่จับกระแสมักได้ยอด engagemaent ที่ดี แถมสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ดูมีภาพลักษณ์ทันกระแสด้วย แต่ในขณะเดียวกันการทำ Real-Time คอนเทนต์ก็มีสิ่งที่ต้องระวัง และสายผลิตก็จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องนี้มากพอสมควร จะมีเรื่องอะไรบ้างมาดูกันครับ! ในทุก ๆ วันมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในโลกออนไลน์ บางเรื่องก็มีการพูดถึงเฉพาะกลุ่ม บางเรื่องก็มีการพูดถึงเป็นวงกว้าง แต่สิ่งหนึ่งที่คนทำคอนเทนต์ต้องพิจารณาคือกระแสนั้นเข้ากับแบรนด์ของเราหรือไม่ เหมาะสมกับภาพลักษณ์และคาแร็กเตอร์แบรนด์หรือเปล่า เราจะเห็นว่ากระแสนิยมบางเรื่องก็มีความแตกต่างและห่างไกลจากภาพลักษณ์ของแบรนด์มาก ๆ เราก็ไม่ต้องรีบเข้าไป “เล่น” ทุกกระแสก็ได้ ความเหมาะสมคือสิ่งสำคัญ และคนทำคอนเทนต์ก็ต้องใช้ประสบการณ์ในการพิจารณาเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน เพราะกระแสบางเรื่องแม้ว่าจะมีชาวเน็ตเล่นกันเยอะ หรือแบรนด์กระโดดเข้าไปเล่นจำนวนมากก็จริง แต่ถ้าดูแล้วบริบทของเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่เหมาะสม และเสี่ยงที่จะกระทบกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ เราก็ไม่ควรเสนอลูกค้าไปจะดีกว่า หลาย ๆ คนอาจจะไม่ค่อยระวังเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เพราะเห็นว่าเป็นกระแสก็คิดว่าสามารถใช้รูป หรือใช้ Meme ที่เล่นในกระแสได้ แต่เราอย่าลืมครับว่าเราทำในฐานะของแบรนด์ คอนเทนต์ที่เราทำคือส่งเสริมภาพลักษณ์และการขายในเชิงพาณิชย์ ฉะนั้นหากเราใช้รูปภาพที่ละเมิดลิขสิทธิ์เจ้าของลิขสิทธิ์เห็นก็อาจจะฟ้องเรียกค่าเสียหายได้เลย โดยเฉพาะรูปมีมต่าง ๆ ที่มาจากเอ็มวีเพลง ภาพบางส่วนจากหนัง หรือการ์ตูน เป็นต้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และสุ่มเสี่ยงที่จะกระทบภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างมาก เราในฐานะคนทำคอนเทนต์ต้องพิจารณาให้ดี โดยเฉพาะต้นตอของกระแสที่เกิดขึ้น หากเป็นเรื่องการล้อเลียน เหยียดหยาม […]

Music Marketing จูงใจคนให้จดจำแบรนด์ผ่านเสียงเพลง

ทุกคนต่างมีดนตรีในหัวใจ ทำให้นักการตลาดมองเห็นโอกาสในการใช้เสียงเพลงหรือเสียงดนตรีเพื่อเข้าไปในใจผู้บริโภคผ่านกลยุทธ์ที่เรียกว่า “Music Marketing” เพื่อสร้างการจดจำและดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคมาสู่แบรนด์ เพลงโฆษณาบางเพลงที่เราเคยได้ยินติดหูในวัยเด็ก ชวนหวนให้นึกถึงความทรงจำขึ้นมา.. ทำไมกันนะ? ทุกวันนี้เรายังร้องตามและจำกันได้อยู่ สิ่งนี้แสดงให้ถึงความสำเร็จของ Music Marketing เช่น 🎵 ปู ปู ปู ปูไทย อร่อยถึงใจ เด็กไทยทุกคน 🎵 🎵 กินอะไร กินอะไร ไปกิน… 🎵 วันนี้ขอเปิดจุดแข็งและเหตุผลดี ๆ ว่าทำไมเราถึงควรใช้กลยุทธ์ Music Marketing กันครับ ปฎิเสธไม่ได้ว่า “ดนตรี” เป็นอีกหนึ่งสื่อที่มีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของทุกคน ไม่ว่าจะทำกิจกรรมส่วนตัวอะไร เราก็ต้องเปิดเพลง หรือไปที่ไหนเรามักจะได้ยินเสียงเพลงตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ในห้างสรรพสินค้า ร้านกาแฟ  เพราะ “ดนตรี” มีส่วนช่วยเสริมสร้างอารมณ์ และความรู้สึกของผู้คนได้อย่างง่ายดาย จึงทำให้หลายธุรกิจมีการเลือกใช้กลยุทธ์ Music Marketing เข้ามาสร้างบทเพลงโฆษณา แคมเปญการตลาดเพื่อใช้เพลงช่วยในการโปรโมตสินค้า  เมื่อแบรนด์ของคุณเลือกใช้เสียงเพลงมาช่วยทำการตลาดได้ตรงจุด ตรงตามคาแรคเตอร์ ส่งผลให้แบรนด์มีตัวตนที่ชัดเจน โดดเด่น […]

ติดแฮทแท็กไหนดีใน TikTok สรุป Top 3 แฮทแท็กเอนเกจดี ประเภท 13 ธุรกิจจาก Rival IQ

ในการสร้างช่องทาง Social Media ขึ้นมาสักช่องทางหนึ่ง การจะพูด จะบอกให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย แน่นอนว่าสิ่งแรกที่แบรนด์ต้องทำคือการสำรวจและทำความรู้จักกลุ่มเป้าหมายให้ดี ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล Demographic พฤติกรรมต่าง ๆ หรือสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจ ซึ่งแม้บางครั้ง หลายแบรนด์จะมีข้อมูลนี้อยู่ในมือ แต่ก็อาจจะเริ่มต้นไม่ถูกในการที่จะวางกลยุทธ์และออกแบบเนื้อหาเพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายให้มีประสิทธิภาพ ทำอย่างไรให้การบอกเล่าเรื่องราวในช่องทางสื่อสารของแบรนด์นั้นเวิร์ก?​ ขอชวนทุกคนมาดูคำแนะนำในการคิดแกนหลักในการเล่าเรื่อง การเลือกเวลาโพสต์ และการคิดรูปแบบนำเสนอคอนเทนต์ ที่นำเอาข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายมาประกอบในการวางแผนกันว่าหลังจากที่เราได้สำรวจและพอเห็นภาพว่ากลุ่มเป้าหมายของเราต้องการอะไร จะต้องทำอย่างไรในขั้นตอนต่อไปให้การสร้างคอนเทนต์ของแบรนด์ดีต่อทั้งคนอ่านและง่ายต่อทั้งคนทำกันครับ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงเมื่อจะทำคอนเทนต์นั่นก็คือ “เรื่องราว” ที่แบรนด์จะนำเสนอออกไป การหาแกนหลักที่จะทำให้ภาพรวมการเล่าเรื่องและการสื่อสารของแบรนด์ในแต่ละช่องทางมีความชัดเจน และเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่แบรนด์ต้องวางแผนกันก่อนครับ การกำหนดหมวดหมู่เรื่องที่จะสื่อสาร ปกติเราจะมีคำศัพท์ที่เรียกสิ่งนี้กันว่า Content Pillar ครับ ซึ่งแบรนด์เริ่มทำได้โดยการนำเอาข้อมูลที่กลุ่มเป้าหมายสนใจมากำหนดแยกเป็นหมวดหมู่กว้าง ๆ เช่น กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่สนใจในการออม การลงทุน เราอาจจะกำหนด Content Pillar ที่จะสื่อสารในเพจแบ่งเป็น 3 หมวดหมู่ คือ คำแนะนำการลงทุน ข่าวธุรกิจอัปเดต หรือเคสประสบความสำเร็จเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ตัวอย่างที่สอง หากเรากำลังจะสร้างช่องทางเพื่อคุยเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรักษ์โลก สนใจการคัดแยกขยะ เราอาจจะกำหนด Content Pillar แบ่งเป็น 3 […]

ปรับอีกแล้ว Meta เปลี่ยนภาพโฆษณาใหม่

สังเกตกันไหมว่าตอนนี้โฆษณาในเฟซบุ๊กที่มีรูปแบบเป็น Photo Album มีการเรียงภาพงง ๆ เช่น ภาพหน้าปกที่แบ่งครึ่งไว้ก็โดนแยกออกจากกัน หรือภาพเนื้อหากลายมาเป็นหน้าปกแทน ไม่ได้เรียงเป็นตามลำดับเหมือนที่เซตหน้าแฟนเพจ.เรื่องนี้ เราได้ไปถามหาคำตอบกับทางทีม Meta มาให้แล้วครับ!.นั่นเป็นเพราะ การสร้างโฆษณาที่มีรูปภาพแบบ Photo Album ในตอนนี้ “ระบบจะประมวลผลเพื่อแสดงภาพและเรียงภาพให้ใหม่จากความสนใจของผู้รับชมโฆษณา” หรือเรียงภาพใหม่จากการมีส่วนร่วมของโพสต์นั้น ๆ (Emgagement).หากเพจไหนทำการตั้งโพสต์เพื่อโฆษณาแล้วยังเห็นเรียงตามลำดับที่เซตไว้ ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้จาก Engagement ที่เกิดขึ้น โดยการเรียงภาพสามารถสลับได้ตลอดการยิงโฆษณาครับ เช่น เริ่มต้นเรียงภาพ 1 2 3 4 อาจจะเรียงเป็น 2 3 4 1 แล้วเรียงใหม่ได้อีกเป็น 4 1 2 3 ก็ได้เช่นกัน.ถือว่าเป็นการปรับระบบที่ส่งผลกับการทำคอนเทนต์ค่อนข้างมากเลยทีเดียว ซึ่งทางแบรนด์และผู้ที่ทำงานที่เกี่ยวข้องก็คงต้องหาวิธีปรับตัว และคิดในการนำเสนอภาพใหม่ เนื่องจากระบบการประมวลผลนี้ได้เริ่มใช้มาสักพัก และจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงครับ อ้างอิง: Meta Business Support

Twitter Blue VS Meta Verified ต่างกันอย่างไร?

จากเคยใช้บริการกันฟรี ๆ ตอนนี้แพลตฟอร์มที่เป็นโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็เริ่มขยับตัวคิดโมเดลสร้างรายได้ใหม่ให้แพลตฟอร์มอย่างการจ่ายค่าสมาชิกหรือค่าบริการรายเดือน (Subscription) เพื่อแลกกับความพิเศษ และสิทธิต่าง ๆ ที่จะได้เพิ่มเติมจากการใช้แพลตฟอร์มปกติ.เชื่อว่าหลายคนทั้งแบรนด์ อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์อาจจะกำลังศึกษาและเลือกใช้บริการเสียเงินเหล่านี้ เพราะทุกวันนี้ไม่ว่าจะยอด Reach หรือยอด Engagement ลดน้อยลงไปทุกที โพสต์นี้เราเลยขอมาเปรียบเทียบความพิเศษของ 2 แพลตฟอร์มอย่าง Twitter Blue จาก Twitter และ Meta Verified จาก Facebook ว่าจะมีฟีเจอร์อะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง และราคาเท่าไหร่ เพื่อให้ทุกคนได้ตัดสินใจเลือกใช้กันครับ ถ้าหากใครลองเปรียบเทียบข้อมูลแล้วสนใจอยากสมัครใช้งาน อย่าลืมศึกษาเงื่อนไขในการสมัครตามด้านล่างนี้ด้วยนะครับ 👇🏻🔵 Twitter Blue สำหรับแอคเคาท์ที่ใช้งานมาแล้วมากกว่า 30 วัน ไม่เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ ชื่อ หรือ username ภายใน 3 วันก่อนสมัคร ใช้เบอร์โทรศัพท์ยืนยันตัวตน .🔵 Meta Verified เพจธุรกิจยังสมัครไม่ได้ตอนนี้ เฉพาะ Creators อายุ […]