ชวนรู้จัก 5 หลักจิตวิทยา ทำการตลาดให้เข้าใจคน

เพราะการตลาดที่เวิร์กส่วนใหญ่ คือ การตลาดที่เข้าใจคนเคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราถึงยอมจ่ายเงินซื้อของที่แพงกว่า หรือพอเห็นว่าสินค้าเหลือ 2 ชิ้นสุดท้ายแล้วต้องรีบกดสั่งทันที เบื้องหลังสิ่งที่ทำให้เรายอมซื้อไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการใช้ ‘หลักจิตวิทยา’ มาทำการตลาด เพื่อสร้างยอดขายและเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากกว่า บทความนี้เลยขอเอา 5 จิตวิทยาที่น่าสนใจมาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักและลองนำไปปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการตลาดกันครับ      ที่มา: https://shorturl.asia/Y31UH / https://shorturl.asia/0F7lh / https://shorturl.asia/XqrJc / https://shorturl.asia/eE0Ry

โจทย์ใหม่ของชาวเอเจนซี่! เมื่อคนขอพักจอพักใจ ไป Social Detox

ยุคนี้โซเชียลมีเดียกลายเป็นหนึ่งใน Execution หลักที่แบรนด์ต่างให้ความสนใจ แต่ในทางกลับกัน ผู้คนเริ่มถอยห่างจากโซเชียลมีเดียมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะแอปไหนอัลกอริทึมก็พยายามฟีดสิ่งที่คิดว่าคนน่าจะสนใจมาให้ตลอดเวลา จนแอบเหนื่อย ต้องขอตัวไปพักจอพักใจ เกิดเป็นเทรนด์ Social Detox กำลังเติบโต ซึ่งหมายความว่า กำลังมีคนเห็นแคมเปญหรือคอนเทนต์ของเราน้อยลง แล้วเราจะรับมือกับเทรนด์นี้อย่างไรดีให้คนใช้เวลาที่เล่นโซเชียลน้อยนิดหันมาสนใจแคมเปญหรือคอนเทนต์ของเรา หรือเราควรทำอย่างไรให้ยังคงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ต่อไป 1. เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณปัจจุบันหลายแบรนด์เริ่มหันมาใช้ AI ในการทำคอนเทนต์มากขึ้น เพราะได้คอนเทนต์จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว แต่ในทางหนึ่ง อาจทำให้คอนเทนต์เริ่มขาดความเป็นมนุษย์ ทำให้คนที่เลื่อนฟีดมาเจอปัดผ่านไป ดังนั้น แบรนด์ควรหันมาให้ความสนใจกับเนื้อหามากขึ้น เพิ่มความเป็นมนุษย์ในคอนเทนต์ เพื่อเข้าถึงใจให้คนหยุดดู เช่น ในทุก ๆ ปี IKEA จะนำเสนอบทความ Life at Home Report ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในบ้านให้มีความสุข ก่อนจะแอบ Tie-in สินค้าเล็ก ๆ ทำให้เห็นว่าแบรนด์ใส่ใจลูกค้า ไม่ได้เน้นขายของอย่างเดียว 2. มอบประสบการณ์ตรงใจให้ตรงเทสตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ Spotify ที่จะสุ่มเพลงที่คล้ายกับเพลงที่เราชอบฟังมาให้ ทำให้เราได้ค้นพบเพลงใหม่หลายเพลง รวมถึงในทุก ๆ สิ้นปียังมี Spotify Wrapped สรุปภาพรวมการฟังเพลงของเราให้เราได้แชร์ต่อ กลายเป็นไวรัลที่เราตั้งตารอก่อนหมดปี ส่วนอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น […]

2026 ละครสั้นแนวตั้งยังน่าสนใจอยู่ไหม?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดละครสั้นแนวตั้งเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลกและกลายเป็นช่องทางใหม่ที่แบรนด์แข่งกันทำโฆษณา แบรนด์ใหญ่เริ่มหันมาจับทางทำละครสั้นแนวตั้งของตัวเอง เช่น Starbucks ในจีน มีละครเรื่อง I Opened A Starbucks in Ancient Times เกี่ยวกับการย้อนเวลาไปเปิดร้าน Starbucks แต่การเติบโตนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย สิ่งสำคัญคือ “พฤติกรรมคนดู” ที่เปลี่ยนไป นี่คือ 3 Key Success ที่ทำให้ละครสั้นแนวตั้งกลายเป็นอาวุธลับของแบรนด์: 1. พล็อตเดาง่าย สนุกแบบไม่ต้องคิด: จุดเด่นของละครคุณธรรมหรือละครสั้นคือไม่ต้องคิดตามเยอะ แม้การแสดงจะดูแข็ง ๆ แต่นั่นกลับเป็นจุดแข็งที่ทำให้คนอยากดูต่อ ใช้เวลาแค่ตอนละ 1.30 – 2.00 นาทีก็จบ 1 ตอน และมักจะทิ้งท้ายให้ค้างคาจนหยุดดูไม่ได้ 2. ขายของแบบมีชั้นเชิง: ความท้าทายของแบรนด์ คือ ละครสั้นต้องสนุก แต่ต้องมีชั้นเชิงในการขายสินค้า ถ้าพล็อตเรื่องไวรัล สินค้าที่แฝงอยู่ก็มีโอกาสไวรัลตามไปด้วย 3. ลงช่องทางไหนก็เข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้ง่าย: เพราะในไทยมีช่องทางการเผยแพร่ที่แพร่หลาย ทั้งผ่านแอปพลิเคชันสตรีมมิงและโซเชียลมีเดีย ทำให้แบรนด์และครีเอเตอร์มีโอกาสสร้างรายได้ทั้งจากการโฆษณาและการสมัครสมาชิก ถ้ามองทิศทางตลาดโลกโดยรวมแล้ว ตอนนี้ละครสั้นแนวตั้งยังคงเป็นอีก Execution หนึ่งที่ยัง ‘น่าทำ’ แต่อาจมีความท้าทายใหม่ ๆ […]

ส่องพฤติกรรม LEAN LUXURY CONSUMER

กลุ่มผู้บริโภคสไตล์ Lean Luxury ถือว่าเป็นกลุ่มที่สะท้อนแนวคิดการใช้เงินในยุคนี้ได้ดีมากครับ เพราะความหรูหราของพวกเขา คือ “คุณภาพ ความคราฟต์ และคุณค่า” ที่จะได้รับจากสินค้าหรือประสบการณ์นั้น ๆ   พูดง่าย ๆ ก็คือพวกเขา ไม่ได้จ่ายแพงเพื่ออวด แต่จ่ายอย่างชาญฉลาดเพื่อให้ได้คุณภาพชีวิตที่ดี   เราเลยจะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่ม Lean Luxury ว่าพวกเขามีแนวคิดและพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าอย่างไร เพื่อให้นักการตลาดสามารถนำไปปรับใช้ในการสร้างกลยุทธ์เข้าถึงคนกลุ่มนี้กันครับ ที่มา: https://shorturl.asia/60kyb / https://shorturl.asia/wzxpt / https://shorturl.asia/FuLZA / https://shorturl.asia/XIoBZ

เจาะเหตุผล ทำไมตลาดมือสองกำลังโตแรง

เมื่อตลาดมือสองไม่ใช่เพียงตลาดสำหรับของถูกอีกต่อไป แต่ในมุมมองของผู้บริโภคมองว่าตลาดมือสองเป็นเหมือนอีกแหล่งซื้อขายที่รวมของยูนีค ความคุ้มค่า โดยมีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการเติบโตของตลาดมือสองของไทยในปี 2024-2027 จะเติบโตต่อเนื่องราว 15% จากมูลค่า 1,800 ล้านบาทในปี 2023 เมื่อเทียบกับสหรัฐ ภูมิภาคเอเชียถือเป็นตลาดใหญ่ของสินค้ามือสอง จนกลายเป็นอีกธุรกิจค้าปลีกที่ทำให้แบรนด์แฟชันต้องปรับตัวเช่นกัน แล้วทำไมมุมมองของตลาดมือสองถึงเปลี่ยนไปสาเหตุมีดังนี้ ราคาสินค้าแฟชันมือหนึ่งมีราคาสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้า หรือค่าทรัพยากรในการผลิตที่มีต้นทุนอันส่งผลต่อราคาสินค้านั่นเอง ของบางชิ้นมีความยูนีคและไม่เหมือนใคร จากมุมมองนี้ทำให้ผู้บริโภคหลายกลุ่มให้ความนิยมการซื้อของตลาดมือสองกันมากขึ้น ของมือสองบางชิ้นถือเป็นการลองก่อนใช้ของผู้ซื้อในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งหลายแบรนด์ใช้จุดนี้เป็นกลยุทธ์ เพราะเมื่อลูกค้าประทับใจ ก็มีแนวโน้มจะกลับมาซื้อสินค้าชิ้นใหม่ แนวคิดเรื่องความยั่งยืน การใช้ซ้ำกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดใจซื้อในปัจจุบัน ตลาดมือสองในปี 2026 ไม่เพียงแต่เติบโต แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจค้าปลีกหลัก ที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม การปรับเปลี่ยนทิศทางของแบรนด์ให้สอดคล้องกับแนวคิดที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคก็อาจเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงมากขึ้นได้ เช่น นำสินค้าเก่ามาแลกส่วนลดสินค้าใหม่ หรือสร้างพื้นที่การส่งต่อของผ่านแบรนด์โดยตรง เป็นต้น ที่มา: https://shorturl.asia/aeupf/ https://shorturl.asia/OgN4V / https://shorturl.asia/rZXi6 

สินค้า Overprice ไปต่อหรือพอแค่นี้?

กาแฟแก้วละ 100 บาท กับแก้วละ 40 บาท หรือไอศกรีมถ้วยละ 20 บาทกับถ้วยละ 300 บาท นอกจากวัตถุดิบคุณภาพที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีอะไรบ้างที่ทำให้ผู้ขายสามารถตั้งราคาได้สูงกว่าตลาดทั่วไป แล้วทำไมท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน คนไทยถึงยังยอมควักกระเป๋าจ่ายอยู่  Overpriced = ของราคาแพงจริงไหม?ผศ.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายความต่างไว้ชัดเจนครับว่า “สินค้าราคาแพง” คือสินค้าที่มีราคาสูงแต่มาพร้อมกับคุณภาพ เช่น รถยนต์ แต่ “สินค้า Overpriced” คือสินค้าที่มีราคามากกว่าคุณภาพที่ควรจะเป็น ซึ่งเรามักเห็นได้ในกลุ่ม อาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า ไปจนถึงคอนเสิร์ต  แล้วทำไมถึงตั้งราคาสูงได้?เหตุผลก็คือ ผู้ขายไม่ได้ขายแค่ “ตัวสินค้า” แต่กำลังขาย “ความเชื่อมั่น” “ภาพลักษณ์” และ “ประสบการณ์” ที่สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์ให้ผู้บริโภค เช่น บางคนกินชานมเอาอร่อย แต่บางคนยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อความรู้สึกในร้านที่มีใบชาให้เลือกหลากหลายกว่า นอกจากนี้ ยังมี 3 ปัจจัยหลักทางจิตวิทยาที่ทำให้คนยังยอมจ่าย: กระแส FOMO (Fear of Missing Out): […]

5 ทริคเพิ่ม Organic Reach บน Social Media ฉบับรับมือกับอัลกิริทึม

เชื่อว่านักการตลาดและครีเอเตอร์หลายคนคงเจอปัญหานี้กันเยอะ เพราะอัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์มเปลี่ยนไปทุกวัน และยิ่งสนับสนุนให้เราใช้การโฆษณาเพื่อเข้าถึงคนให้มากขึ้น Createx เลยขอแชร์ 5 ทริคเพิ่ม Organic Reach แบบเน้นคุณภาพเนื้อหา เพื่อให้คอนเทนต์ของเราเข้าถึงคนมากขึ้นในวันที่อัลกอริทึมเปลี่ยนไป โดยที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกลยุทธ์ของแบรนด์ได้ทันทีครับ  ที่มา: https://shorturl.asia/YvV9A / https://shorturl.asia/vDRuw

Pet Friendly vs. Pet Allow เช็กความต่างก่อนทำการตลาดกับ Pet Parent

ตลาดสำหรับสัตว์เลี้ยงยังคงโตอย่างต่อเนื่อง เพราะ Pet parent หรือคนเลี้ยงสัตว์มองว่า สัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากลูก ซึ่งข้อมูลจากบัตรเครดิต KTC เผยว่า แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ยอดค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดสัตว์เลี้ยงโตทะลุหลักพันล้าน! และในงาน Pet Expo ช่วงเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ก็มีผลสำรวจพบว่ามีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 3-5 หมื่นบาทเลยทีเดียว เมื่อ “การเปย์เพื่อความสุขของลูกรักสี่ขา” กลายเป็นเรื่องปกติ จึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจต่าง ๆ ตั้งแต่ร้านอาหาร โรงแรม คอนโด ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างสนใจขยับตัวเข้าหาตลาดนี้ บทความนี้เลยจะชวนกันมาทำความเข้าใจความต่างระหว่าง Pet Friendly กับ Pet Allowed ก่อนที่จะไปวางแผนโปรโมตและให้รายละเอียดกับ Pet Parent กันครับ แต่สุดท้าย ไม่ว่าจะเลือกเป็น Pet Friendly หรือ Pet Allowed สิ่งที่สำคัญคือ การลงรายละเอียดเรื่องกฎ ข้อจำกัดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงให้ครอบคลุมหรือชัดเจนที่สุด เช่น ขนาด น้ำหนัก สายพันธุ์ การกำหนดโซนต่าง ๆ เพื่อให้ Pet […]

Humble Branding เข้าถึงคนธรรมดาด้วยการตลาดแบบถ่อมตัว

ในหนึ่งวัน คุณเจอโฆษณาบนโลกออนไลน์กี่ชิ้น?หลายคนคงตอบว่านับไม่ถ้วน เพราะมีทั้งโฆษณาที่เสียเงินมาหาเรา โฆษณาผ่านเพจ ผ่านช่องของ Influencers ซึ่งแต่ละหลายชิ้นอัดแน่นด้วยข้อมูล คุณสมบัติ หรือบางชิ้นก็แอบโฆษณาเกินจริงไปบ้าง.จากสิ่งนี้ ผู้บริโภคหลายคนเลยพร้อมยินดีจ่ายค่า Subscription เพื่อไม่ให้เจอโฆษณาหรือเจอน้อยลง ในขณะที่บางกลุ่มก็ถึงขั้นรณรงค์ให้เลือกซื้อสินค้ากันอย่างมีสติ อย่าตกเป็นเหยื่อการตลาด พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าด้วยแนวคิด ไม่ช้อปตามกระแสจึงมีเพิ่มขึ้นตามมาด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ด้วยเหตุนี้ Humble Branding จึงเป็นเทรนด์ใหม่ที่จะมาตอบโจทย์ในวันที่ผู้บริโภคมีความไว้วางใจหรือเชื่อใจแบรนด์ลดลงครับ. Humble Branding คืออะไร?คือ การตลาดที่แบรนด์เข้าหาผู้บริโภคด้วยความถ่อมตัว สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจ หรือก็คือ การที่แบรนด์ #ทำตัวให้เป็นมนุษย์ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นว่าเรา #เข้าใจพวกเขา ซึ่งหลักการสำคัญของการเป็น Humble branding คือ 1. การยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบที่เป็นเรื่องของคนธรรมดา หรือการที่แบรนด์เข้าใจว่าผู้บริโภคก็เป็นคนทั่วไป ที่มีความไม่สมบูรณ์แบบ มีความผิดพลาด หรือมีเหตุผลในการใช้ชีวิตที่บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่ยอมรับว่าตัวแบรนด์เองก็สามารถทำผิดพลาดได้เช่นกัน ยกตัวอย่าง แคมเปญ The Joy of Everyday ของ Just Eat ที่ตัวละครบอกว่าสั่งเดลิเวอรีเพราะอยากช่วยร้านค้าเล็ก ๆ ใกล้บ้าน แต่จบแบบหักมุมว่า […]