เมื่อก่อนถ้าพูดถึงแบรนด์สินค้าจีนสิ่งที่ Pop up ขึ้นมาในความคิดคงเป็นความรู้สึกลบมากว่ารู้สึกดี แต่ปัจจุบันแบรนด์สินค้าจีนเข้ามามีบทบาทกับคนในสังคมไทยและสังคมโลก เพราะสินค้าและบริการที่หลั่งไหลเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะ 2-3 ปีที่ผ่านมา แบรนด์สินค้าอาหารเข้ามาเปิดตัวมากขึ้น และสิ่งที่ทำให้แบรนด์จีนต่างจากแบรนด์อื่น ๆ คือ “ราคาถูก” ในยุคที่เงินเฟ้อขึ้น อะไรเป็นปัจจัยในการตั้งราคาสินค้าที่ถูกจนใครก็ซื้อได้ วิธีคิดและการกลยุทธ์แบบไหนที่นักการตลาดไทยต้องจับตา
ต้องยอมรับว่าในไม่กี่ปีแบรนด์สินค้าจากจีนได้รับความนิยมไปทั่วโลก จากตอนแรกที่ถูกมองว่าเป็นสินค้าที่เลียนแบบมาจากหลาย ๆ แบรนด์โดยเฉพาะดีไซน์ของผลิตภัณฑ์ แต่ด้วย “ราคาถูก” จึงทำให้สินค้าจีนเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน และครองใจหลายคนได้ไม่ยาก ยิ่งเจอสภาวะเงินเฟ้อการได้สินค้าในคุณภาพที่ดี ราคาถูกลง ก็เป็นฉนวนให้หลายคนเปิดใจซื้อสินค้าจากจีนมากขึ้น
ชวนมาสังเกตกลยุทธ์ทางการตลาดของแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มจากจีนอย่าง Mixue, Wedrink, Zhengxin Chicken ที่กำลังได้รับความนิยมในไทย นอกจากราคาที่ถูกแล้วยังมีเรื่องอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง?
🧧 การตั้งราคาถูก แต่ขายในย่านแพง
ราคาที่ถูกมาก ๆ ของแบรนด์จีนเกิดจากการบริหารจัดการเฟรชไชน์ โดยพยายามทำให้ต้นทุนสินค้าถูกที่สุด ลดการใช้ซัพพลายเออร์ ตั้งโรงงานเพื่อผลิตและส่งออกวัตถุดิบไปยังสาขาต่าง ๆ ด้วยตัวเอง จึงทำให้สามารถขายในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งหรือค่าเฉลี่ยของตลาดได้ ที่สำคัญการไปตั้งในสถานที่ยอดนิยม หรือย่านที่สำคัญต่อเศรษฐกิจ อย่างในไทยก็ย่านปทุมวันที่มีห้างสรรพสินค้าจำนวนมาก ยิ่งทำให้มีผู้คนสนใจมากขึ้นด้วยราคาที่ถูก สวนทางกับค่าเช่าที่ ยิ่งทำให้มีคนพูดถึง และขยายเฟรนไชน์ไปยังสถานที่ยอดฮิตอื่น ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
🧧 ปรับปรุงสินค้าให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย
เรื่องราคาอาจจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ในการจูงใจผู้บริโภค แต่คุณภาพและรสชาติของสินค้าเป็นสิ่งจับใจผู้บริโภคให้กลับมาซื้อซ้ำ โดยแบรนด์ที่เรายกตัวอย่างมามีการทำ R&D ในเรื่องรสชาติให้เข้ากับประเทศที่จะเข้าไปขาย อย่างแบรนด์ Mixue ในอินโดนิเซียจะมีการก่อตั้งโรงงานเพื่อผลิตวัตถุดับและเพิ่มเมนูท้องถิ่นอีกด้วย (ปกติจะส่งจากจีน) ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญเพราะอาหารเรื่องรสชาติสำคัญที่สุด
🧧 ไม่ลืมความเป็นตัวเอง ส่งต่อ Soft Power ได้ด้วย
สังเกตเลยว่าแบรนด์ Mixue, Wedrink, Zhengxin Chicken จะมีตัวตนความเป็นจีน อาทิ ใช้ CI สีแดง (แม้ Wedrink จะใช้สีเขียวเป็นหลัก แต่ตัวมาสคอตใส่เสื้อสีแดง), มีเมนูที่เป็นชื่อภาษาจีน, เพลงประจำร้านเป็นเพลงภาษาจีนในจังหวะที่จำง่าย แม้จะไม่เข้าใจความหมาย แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็นับว่าเป็นการสร้างภาพจำแบบจีน ๆ ให้คนจำได้มากขึ้น ไม่ต่างจากเป็นการส่งออก Soft Power เลย
เหตุผลหลัก ๆ นี้ทำให้แบรนด์จีนที่เคยเป็นตัวเลือก กลายมาเป็น Top of mind ให้กับผู้บริโภคได้ในเวลาไม่นานนัก โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของตลาด นี่อาจจะทำให้การแข่งขันทางการตลาดของอาหารและเครื่องดื่มที่เป็น Quick serve restuarant ร้อนระอุขึ้นในไทย ซึ่งนักการตลาดต้องจับตามอง เพื่อการเฟ้นหากลยุทธ์ใหม่ ๆ ศึกษาตลาด และวิธีการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ เพราะสิ่งที่เราเคยคิดว่าไม่มีใครรู้จักกลุ่มเป้าหมายคนไทยดีเท่าคนไทย ก็อาจจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ในเวลาอันใกล้นี้
ขอบคุณข้อมูลจาก: https://bit.ly/4dDKu6w / https://bit.ly/3ABCEf1 / https://bit.ly/3Mo7ryE
