Skip to content
image

Paid, Owned, Earned Media ความต่างของสามสหายบนโลกมีเดีย

หากพูดถึง Media หรือสื่อที่เราพบเจอในชีวิตประจำวันนั้น หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่ามันแตกต่างกันอย่างไร เพราะถ้ามองกันเผิน ๆ ก็อาจจะเห็นความแตกต่างแค่รูปแบบทั่วไป เช่น เคยเห็นโฆษณานั้นอยู่บนทีวี เคยเห็นโฆษณานี้อยู่ในเฟซบุ๊ก แต่ถ้าให้แยกออกตามหลักการตลาดแล้วล่ะก็ สื่อที่พวกเราเห็นอยู่ในปัจจุบันจะสามารถแยกออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ Paid Media, Owned Media และ Earned Media นั่นเองครับ ซึ่งในฐานะของนักการตลาดหรือคนที่สนใจด้านการตลาดออนไลน์ ก็ควรที่จะต้องรู้ทั้งความแตกต่าง รู้จักวิธีการทำ การเลือกใช้สื่อ และการบริหารสื่อทั้งสามประเภทนี้เพื้อให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ

PAID MEDIA

ก่อนอื่นเรามาดูแบบแรก ‘Paid Media’ ถ้าแปลตรง ๆ ก็หมายถึงสื่อต่าง ๆ ที่แบรนด์จ่ายเงินเพื่อซื้อการเข้าถึงผู้คน เช่น Print Ads, TV Ads, Display Ads, Paid Search, Promoted Posts on Facebook เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นโฆษณาที่จะต้องพุ่งเข้าหากลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะลูกค้าใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้จักเรามาก่อน เราจึงต้องทำตัวให้น่าสนใจที่สุดด้วยการซื้อสื่อต่าง ๆ เพื่อโฆษณาแบรนด์ของเรา เพื่อที่จะได้ดึงดูดให้คนเข้ามาสนใจแบรนด์ของเรามากขึ้น ข้อดีคือมันทำให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ ติดตามผลลัพธ์ได้ง่าย แต่ข้อควรระวังก็คือผลลัพธ์ที่ได้ก็จะขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มี แถมทำมากไปก็จะกลายเป็นสื่อที่รบกวนจนทำให้เกิดความรำคาญได้ ดังนั้นเราจึงต้องวางเป้าหมายและวัตถุประสงค์ให้รอบคอบ และอย่าลืมดูว่าได้ผลลัพธ์กลับมาเป็นอย่างไร คุ้มค่าหรือไม่ เพื่อที่จะได้ตัดสินใจต่อไปได้ครับ

OWNED MEDIA**

จากชื่อก็พอบอกได้ว่า นี่คือสื่อที่แบรนด์ของเรา ‘Owned’ หรือเป็นเจ้าของอยู่แล้ว เป็นช่องทางการสื่อสารหรือแพลตฟอร์มที่เราได้สร้างขึ้นมาและและบริหารจัดการเองได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น Social Media Apps, Blogs, Website, Mobile site, Retail Stores (Online and Offline) เป็นต้น ข้อดีของสื่อประเภทนี้นอกจากการที่สามารถควบคุมดูแลได้อย่างเต็มที่แล้ว ข้อมูลต่าง ๆ ที่ลูกค้าให้ไว้ เช่น การกรอกสมัครสมาชิก ประวัติการสั่งซื้อ การกดถูกใจเนื้อหาแบบต่าง ๆ ข้อมูลเหล่านี้ทางแบรนด์ก็จะสามารถดูได้โดยตรงเพื่อที่จะใช้จัดบริการให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายต่อไปได้ ส่วนข้อควรระวังก็คือจะต้องรักษาคุณภาพของสื่อ Owned media ไว้ให้มาก เช่น ปรับปรุงให้หน้าเว็บไซต์มีความสวยงาม ใช้งานง่าย มีข้อมูลหรือเนื้อหาใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพราะหากเราสร้างความประทับใจและรักษาลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ไว้ได้ ทำดีจนเขาอยากบอกต่อ ก็จะทำให้เกิดสื่อประเภท Earned Media ได้ในที่สุดครับ

**มีข้อถกเถียงว่า Social Media เป็น Owned media จริง ๆ หรือไม่ เพราะเป็นแบรนด์เป็นแค่ผู้เช่าไม่ใช่เจ้าของ ดังนั้นในบางที่จึงนับ Social Media ว่าเป็น Shared media ครับ

EARNED MEDIA

สื่อประเภทนี้เป็นสื่อที่เรียกได้ว่าเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จเลยครับ เพราะมันคือสื่อที่เกิดจากการที่มีคนพูดถึงสินค้าและบริการของเรา ไม่ว่าจะมาจากการไลก์ แชร์ คอมเมนต์ถึงบนสื่อต่าง ๆ ซึ่งเป็นการช่วยเผยแพร่และโปรโมตสินค้าและบริการของเราที่มาจากความพึงพอใจของลูกค้าเอง ถึงแม้เราจะควบคุมสื่อประเภทนี้ได้น้อย แต่การเกิด Earned Media อาจจะเข้าถึงผู้คนได้หลากหลายและไกลกว่าสื่ออื่น ๆ ด้วยซ้ำ อาจจะเป็นการแนะนำแบบปากต่อปาก หรือ Word of mouth ที่อาจจะคาดไม่ถึงมาก่อน และข้อดีมันคือสามารถช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ยกระดับ Branding และขยายกลุ่มลูกค้าในวงกว้างได้ ส่วนข้อควรระวัง แน่นอนก็คือการที่เราแทบจะควบคุมเนื้อหาและการพูดถึงไม่ได้ ดังนั้นเราจึงจะต้องมั่นใจว่าเราสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าแล้วจริง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะเกิดการแนะนำหรือส่งต่อข้อมูลเชิงบวกนั่นเองครับ

โดยสรุปแล้วสื่อทั้ง 3 ประเภทนี้มีความเชื่อมโยงกันและจะส่งผลต่อกันและกันอย่างเช่นการที่เราจะมี Earned Media ที่ดีได้ก็จะต้องมาจากความประทับใจจากสินค้าและบริการรวมถึง Owned Media ที่มีคุณภาพก่อน และการที่จะมีคนรู้จักเรามากขึ้นก็ส่วนหนึ่งก็มาจากการลงทุน Paid Media อย่างเหมาะสม ถ้าเราบริหารจัดการสื่อใดสื่อหนึ่งไม่ดีพอ ก็จะลดคุณภาพและประสิทธิภาพของแบรนด์เราลงไป เพราะสุดท้ายแล้วการจะคิดลงทุนโฆษณาให้ดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่ทำสื่อทั้งสามให้ดีก็ยากแก่การเกิดผลลัพธ์ที่ดีได้ครับ

#Createx #CreatexHouse #PaidMedia #OwnedMedia #EarnedMedia

ข้อดี Interactive Content กระตุ้น Engagement ให้พุ่งทะยาน!
จะไฟนอลกี่เวอร์ชันก็เลือก “นามสกุลไฟล์” ให้ถูก
เคล็ดลับเจาะตลาดวัยเก๋าให้โดนใจ ทำอย่างไรได้บ้าง?