Special Session ครั้งนี้เราได้รับเกียรติจาก “คุณเจ Smallroom” หรือ เจตมนต์ มละโยธา นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดังจากวง penguin villa มาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการทำเพลงโฆษณาพร้อมเทคนิคที่ไม่เหมือนใคร ปัญหาอุปสรรคที่เจอระหว่างทำงาน วิธีการแก้ไข การเฟ้นหาแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงโฆษณา รวมไปถึงเพลงแบบไหนที่จะทำให้ผู้คนจดจำได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม
🎹 อยากพูดให้จำ จงทำให้เป็นเพลง
เสียงมีความสำคัญต่อคนฟังนั่นเพราะคนจะสามารถแปลความหมายของเสียงที่ได้ยิน ก่อนที่จะแปลความหมายข้อมูลในรูปแบบอื่น ๆ ไม่เพียงเท่านี้ทำนองของเสียงที่ได้ยินยังส่งผลต่อความรู้สึกและอารมณ์ของคนฟังได้ การที่อยากให้คนจดจำและทำออกมาในรูปแบบของเพลงจึงเป็นวิธีที่ค่อนข้างได้ผลลัพธ์ที่ดี
“อยากพูดให้จำ จงทำเป็นเพลง เช่น เพลงจากโฆษณาแลคตาซอย 5 บาท ที่หลายคนฟังแล้วติดหู สามารถทำหน้าที่อยู่นาน จะเห็นชัดว่าเรื่องเสียงค่อนข้างสำคัญ ไม่เพียงแค่เนื้อร้อง แต่ทุกองค์ประกอบที่ได้ยินทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปได้”
“ไม่เพียงเพลงยาว ๆ ที่ทำหน้าที่ให้คนจำได้ แต่เสียงสั้น ๆ หรือ ‘Sound Logo’ ก็ถูกนำมาใช้ในการสร้างความจดจำเหมือนกัน โดยมักจะดีไซน์มาจากเสียงรอบตัวเรา และถึงแม้จะเป็นเสียงที่ยินสั้น ๆ แต่ก็มีอัตลักษณ์จนรู้เลยว่าเสียงที่ได้ยินนี้คือแบรนด์ไหน อย่างสตรีมมิ่งชื่อดัง Netflix หรือฝั่งเทคโนโลยี Intel ที่ไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มลูกเล่นมากี่เวอร์ชัน คนก็ยังจำได้”
🎹 จาก ‘เพลงแปลง’ สู่ ‘เพลงโฆษณา’
อีกหนึ่งรูปแบบของเพลงโฆษณาที่ค่อนข้างได้รับความนิยม คือ ‘เพลงแปลง’ จะเป็นการนำทำนองหรือเนื้อร้องของเพลงที่มีอยู่แล้วมาปรับเปลี่ยนเนื้อหาหรือ Message ที่ใช้ให้เข้ากับแบรนด์ หรือจุดเด่นของสินค้าที่แบรนด์ต้องการจะสื่อสาร
“การคิดเพลงแปลง จำเป็นต้องเลือกตั้งแต่เพลงที่เข้ากับเนื้อหาที่เราจะนำไปใส่ได้ หรือเราจะบิดยังไงให้คำมันพอดีกับเพลง ตรงนี้การเขียนเนื้อเพลงจึงค่อนข้างสำคัญ ซึ่งเมื่อได้รับรายละเอียดจากครีเอทีฟมา ในฐานะนักแต่งเพลงก็จะต้องต่อยอดให้เหมาะสมอีกที ดังนั้นเรื่องความไพเราะเป็นหน้าที่สำคัญของนักแต่งเพลง โดยข้อดีของ ‘เพลงแปลง’ ผู้คนมักจะคุ้นชินกับเมโลดี้แล้ว คนก็จะจำได้ง่ายขึ้น”
🎹 ถ้าคอนเซปต์ชัดการแต่งเพลงโฆษณาก็ง่ายขึ้น
บางครั้งการแต่งเพลงโฆษณาจะได้รับโจทย์ที่หลากหลาย และท้าทายนักแต่งเพลงมาก ถ้าโจทย์ชัด เห็นภาพชัดทำให้แต่งเพลงได้ง่ายขึ้น
“การแต่งเพลงสมัยก่อนค่อนข้างมีอุปสรรคและมีข้อจำกัดที่ค่อนข้างมาก เพราะข้อมูลจากลูกค้าค่อนข้างเป็นความลับ จนทำให้ต้องแก้หลายครั้ง สุดท้ายลูกค้าก็ต้องเปิดข้อมูลให้ดู และให้ข้อมูลที่ต้องการ เพลงนั้นจึงผ่านง่าย ๆ เลย ที่สำคัญต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมาย (Target) ของแบรนด์และสินค้านั้น ๆ ก็จะทำให้การทำงานง่ายขึ้นด้วย”
🎹 เทคนิค ‘การตั้งคำถาม’ ช่วยเล่าเรื่องได้ดีขึ้น
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าหากคอนเซปต์ชัดเจน มีกลุ่มเป้าหมายที่อยากส่งให้ถึง โครงร่างของเรื่องราวและมีคีย์เวิร์ดสำคัญในการเล่า การทำเพลงก็ง่ายขึ้น
“เวลาแต่งเพลงเหมือนเห็นภาพของหนังเรื่องหนึ่ง เห็นเป็นสตอรีก่อน จากนั้นค่อยมาเขียนทำนอง ตรงนี้จะเป็นเหมือนจุดหมายที่อยากจะสื่อสารให้คนเห็นภาพแบบเดียวกับที่เราเห็น และทำเพลงออกออกมาให้ใกล้เคียงที่สุด”
🎹 ไม่ว่าใครก็เป็น ‘นักแต่งเพลง’ ได้
ตั้งแต่เริ่ม Session จนถึงช่วงสุดท้าย เราจะได้ยินคำพูดติดปากของเจว่า “ไม่ว่าใครก็เป็นนักแต่งเพลงได้” เพราะทุกคนมีเรื่องเล่า และมีดนตรีในหัวใจ แม้จะร้องเพลงไม่เพราะ แต่นักแต่งเพลงจะเข้าไปช่วยตรงนั้นได้ ทั้งช่วยไกด์ ทั้งเกลาทำนอง จนทำให้เพลงโฆษณาที่ต้องการมีคุณภาพยิ่งขึ้น ส่งไปถึงกลุ่มเป้าหมาย และมีโอกาสที่ทำให้คนจดจำได้นานขึ้น
จาก Session ของเจ Smallroom ที่ได้มาแชร์เรื่องเล่าและประสบการณ์ของการแต่งเพลงโฆษณาในแบบต่าง ๆ ให้พวกเราชาว Createx House ฟัง ขอขอบคุณวิธีคิด เทคนิค รวมถึงแรงบันดาลใจดี ๆ ในครั้งนี้ด้วยครับ
