“ชอบก็จัด ประหยัดทำไม” หรือ “ของมันต้องมี” คำนี้อาจไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะตั้งแต่ต้นปี ‘Loud Budgeting’ เป็นเทรนด์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในกลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม TikTok และเทรนด์นี้ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับ ‘Quite Luxury’ ที่ใช้ชีวิตหรือมีไลฟ์สไตล์เรียบหรูดูแพงแบบเงียบ ๆ
Loud Budgeting คืออะไร?
Loud Budgeting เป็นแนวคิดการใช้เงินรูปแบบใหม่ ที่ชวนให้ทุกคนมาใช้เงินกันอย่างประหยัด ให้คิดถึงความคุ้มค่า ให้วางแผนการเงินของตัวเอง ไม่ฟุ่มเฟือยไปกับการซื้อสิ่งของเพื่อสร้างภาพลักษณ์ ไม่ซื้อของตามกระแส และกล้าที่จะปฏิเสธกับสิ่งไม่จำเป็นด้วยคำว่าไม่มีเงินหรือมีงบจำกัดเพื่ออดออมไว้ใช้จ่ายกับเป้าหมายระยะยาว
เห็นแบบนี้แล้ว นักการตลาดหลายคนอาจกังวลใจ เพราะนอกจากสถานการณ์ปัจจุบันที่คนมองว่าค่าครองชีพสูง มีภาวะสงครามที่สร้างความไม่แน่นอน ยังมีเทรนด์ Loud Budgeting ที่คนชวนกันเซฟเงินไว้ใช้กับแค่สิ่งจำเป็นเพิ่มขึ้นมา การทำตลาดตอนนี้จึงดูเหมือนยิ่งยากมากขึ้นที่จะชวนให้คนมาซื้อสินค้าหรือบริการ เราเลยมีวิธีการทำการตลาดเพื่อเข้าถึงคนกลุ่มนี้มาแนะนำ เพื่อให้ทุกคนได้ลองเลือกนำไปปรับใช้กันครับ
👉🏻 1. นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ไม่เน้นย้ำที่ปัญหา
ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าปัญหาที่ต้องเผชิญหรือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเลือกประหยัดคืออะไร การนำเสนอว่าแบรนด์มีวิธีแก้ปัญหา มีสิ่งที่จะช่วยพวกเขาลดต้นทุนของการบริโภคลงได้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่าการหยิบเอาปัญหามาตอกย้ำ เช่น สื่อสารว่าแบรนด์มีบริการส่วนลดเติมน้ำมัน โดยไม่ต้องพูดถึงปัญหาเรื่องค่าน้ำมันแพง เป็นต้น
👉🏻 2. เน้นย้ำเรื่องคุณค่าและข้อดีในระยะยาว
ความฉาบฉวยสวยงามอาจไม่ใช่สิ่งดึงดูดใจอีกต่อไป แบรนด์จึงควรจูงใจด้วยเหตุผลที่ว่า ‘ถ้าเลือกแบรนด์นี้ ไม่ดูฟุ่มเฟือย’ ด้วยการแสดงให้เห็นคุณภาพสินค้าที่ทนทาน ดีในระยะยาว มีความคุ้มค่า เช่น ทำ Testimonial ผ่าน influencer บอกอายุการใช้งานแบบชัดเจน แสดงราคาเฉลี่ยต่ออายุการใช้งานที่ไม่แพง ทำให้เห็นว่าสินค้าใช้ทำประโยชน์และต่อยอดได้อีกเยอะ จึงจะทำให้คนกลุ่มนี้หันมาสนใจซื้อสินค้าและบริการได้นั่นเอง
👉🏻 3. สร้างคุ้มค่าด้วยการขายเป็นแพ็กเกจ
เมื่อคนเลือกที่จะประหยัด ก็คงต้องงัดแพ็กเกจแบบเหมา ๆ เข้าสู้ด้วยการทำราคาพิเศษสำหรับสมาชิกที่ซื้อสินค้าต่อเนื่อง หรือจะใช้ Subscription Model เข้ามาด้วยก็ยังได้ เพราะนอกจากลูกค้าจะได้ประหยัดแล้ว ยังดีต่อแบรนด์ที่ได้ลูกค้ามาอยู่ด้วยกันในระยะยาวอีกด้วย
👉🏻 4. แสดงความเข้าอกเข้าใจลูกค้า เน้นสื่อสารเชิงบวก
เพราะการจะได้ใจ ต้องเกิดจาก ‘ความเข้าใจ’ ก่อน การแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ให้คุณค่ากับเรื่องการประหยัดไม่ต่างกับพวกเขาคือสิ่งสำคัญที่สุด และควรสื่อสารสิ่งเหล่านี้ผ่านการทำการตลาดในเชิงบวก เนื่องจากในสถานการณ์ที่ดูตึงเครียด กลุ่มเป้าหมายต้องวางแผนชีวิตอดเปรี้ยวไว้กินหวานในอนาคต การใช้อารมณ์ขัน ส่งต่อข้อความที่สร้างแรงบันดาลใจหรือทำให้มีกำลังใจ จะยิ่งทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกดีกับแบรนด์จนถึงขั้นหันมาเลือกใช้เลยก็เป็นได้ครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก:
https://shorturl.asia/qI5KP / https://shorturl.asia/j0wAe /
https://shorturl.asia/YgZwT / https://shorturl.asia/ISCrl
#CreatexHouse #LoudBudgeting
