หากพูดถึง ‘Anime’ หลายคนอาจคิดว่าเป็นความสนใจเฉพาะกลุ่ม แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา อนิเมะกลายมาเป็นความนิยมที่เข้าถึงคนทั่วทุกมุมโลก ไม่ใช่เพียงแค่ในญี่ปุ่นหรือในเอเชียอีกต่อไป ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเลยคือใน Olympic 2024 ที่ Paris ครั้งล่าสุด มีนักกีฬาต่างชาติที่ไม่ใช่คนเอเชียโพสต์ท่าถ่ายรูปหรือโพสต์ตอนที่กล้องจับเป็นท่าเดียวกับตัวละครใน Anime เช่น ท่ากางอาณาเขตจาก Jujutsu Kaisen ในขณะที่ตลาดด้านสตรีมมิงและตลาดเพลงก็กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น
🔥 One Piece Live action จาก Netflix เป็นซีรีย์ที่ขึ้นอันดับ 1 ใน 84 ประเทศแซงหน้า Stranger Things
🔥 Crunchyroll เว็บไซต์ที่เป็นแหล่งรวมอนิเมะและมังงะจาก Sony มียอด Subscriber เพิ่มขึ้นจาก 5 ล้านแอ็กเคานต์เป็น 15 ล้านแอ็กเคานต์ (by June 2024) ภายใน 2 ปีกว่า ๆ ในขณะที่ก็กำลังเติบโตอบ่างต่อเนื่องในบราซิล, ฝรั่งเศส, เยอรมันนี และเม็กซิโก
🔥 Idol เพลงเปิดอนิเมะเรื่อง Oshi no Ko จากวง Yoasobi ทุบสถิติเป็นเพลงที่ถูกค้นหามากที่สุดใน Google ปี 2023 และยังขึ้นชาร์ต Global อันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา จนได้ไปแสดงที่ประเทศนี้อีกด้วย
.
ด้วยความป็อปของ Anime จึงไม่แปลกใจที่แบรนด์ต่าง ๆ ทั้งในระดับ Global และ Local จะนำ Anime ไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำแคมเปญการตลาด เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายอย่าง Gen Z ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่รับชม และเติบโตมากับ Anime โพสต์นี้เลยมาขอถอดรหัสความสำเร็จกับแคมเปญต่าง ๆ ที่นำเอา Anime มาเป็นส่วนหนึ่งในการทำการตลาดว่าแต่ละแคมเปญทำอย่างไรเพื่อให้โดนใจและเข้าถึงกลุ่ม Gen Z ได้กันครับ
👉🏻#KeyFinding1 ยิ่งทำถึง ทาร์เกตยิ่งเอนเกจ
เพราะ Anime ถือเป็นวัฒนธรรมหนึ่งที่มีสไตล์ภาพ มี Storytelling ที่เด่นชัด และมีตัวละครที่คาแรกเตอร์จัดมาก การจะดึงเอา Anime เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดจึงต้องหยิบสไตล์และเอกลักษณ์สำคัญมาปรับใช้เข้ากับแบรนด์ให้ได้ เพราะมันคือการพิสูจน์ว่าแบรนด์เข้าใจเกี่ยวกับ Anime จริง ๆ และหากดูแล้วไม่ฝืน เอนเกจเมนต์ฉ่ำ ๆ กลับมาหาแบรนด์แน่นอน เช่น WcDonald’s ของ McDonald’s แคมเปญขายไก่ทอด และซอส 4 รสชาติใหม่ที่ให้นักวาดชาวญี่ปุ่นชื่อดังมาทำ Anime เล่าเรื่องขายสินค้า โดยทำเป็นภาษาญี่ปุ่น มีเพลงเปิด Anime แบบครบชุด ในขณะที่โลกนอก Anime แบรนด์ก็มีการกลับหัวตัว M บนโลโก้ ทำกล่องเป็นการ์ตูนช่องให้สอดคล้องกันด้วย (ดูผลงาน > https://shorturl.asia/qDjey) แคมเปญนี้จึงได้ไปถึง 6.3B Reach และยอดขายเพิ่มขึ้น 8.8%
👉🏻 #KeyFinding2 สร้างคอลเลกชันพิเศษ ต้องน่าสะสมในวงการ Anime หลังจากมีการฉาย ก็มักจะออก Figure มาเพื่อให้คนสะสม จึงเป็นปกติอยู่แล้วที่คนที่ชื่นชอบ Anime จะมีการซื้อของเล่นต่าง ๆ มาเก็บไว้ในคอลเลกชันของตัวเอง ซึ่งเราคงเคยเห็นหลายแบรนด์ที่ทำ Collaboration กับ Anime กันเสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายอยากได้ อยากซื้อก็คือการดึงเอาคาแรกเตอร์มาออกแบบได้เข้ากับสินค้า และทำให้น่าสะสม เช่น LOEWE x HOWL’S MOVING CASTLE จาก Ghibli Studio ที่เอาคาแรกเตอร์มาเพิ่มความพิเศษให้เสื้อผ้าและกระเป๋าได้อย่างลงตัวจน Sold Out หลังจากเปิดขายได้เพียง 2 วันเท่านั้น (ดูผลงาน > https://shorturl.asia/KG7Uv)
👉🏻 #KeyFinding3 เพิ่มความพิเศษให้เรื่องราวด้วยตัวละครจาก Anime
ตัวละครใน Anime ที่คนจำได้มักมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนมาก ซึ่งถ้าเราพูดถึง Doraemon ทุกคนก็จะนึกคาแรกเตอร์ออกว่าเป็นแบบไหน หรือจะโผล่มาใน Situation อย่างไร การที่แบรนด์จะหยิบเอาตัวละครจาก Anime มาเป็นใช้ในการเล่าเรื่องเพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นการทำการตลาดที่ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก เช่น แคมเปญการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ที่นำ Ultraman มาใช้โปรโมทเมือง (ดูผลงาน > https://shorturl.asia/NRrBW) หรือการรับเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกของญี่ปุ่นที่ Olympic Rio 2016 ที่ขนมาทั้ง Captain Tsubasa, Doraemon และ Mario ก็เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย
👉🏻 #KeyFinding4 ส่งเสริมให้ Anime Community แข็งแกร่ง
นอกจากจะดึงเอาสไตล์หรือเอกลักษณ์มาใช้ทำการตลาด การช่วยให้แฟนด้อมที่ชื่นชอบ Anime ได้เรียนรู้วัฒนธรรมก็เป็นอีกหนึ่งพาร์ทที่แบรนด์สามารถเข้าไปมีบทบาทได้ ซึ่งถือเป็นการทำให้กลุ่มคนเหล่านี้เห็นว่าแบรนด์นั้นอยากสนับสนุนและให้ความสำคัญกับความชื่นชอบของพวกเขา เช่น แคมเปญของ Duolingo แอปฯ เรียนภาษาที่เปิดให้ทุกคนได้เรียนภาษาญี่ปุ่นแบบพิเศษ ผ่านประโยคเด็ดจาก Anime ชื่อดัง โดยแอปฯ นี้ก็ยังได้มีการให้ส่วนลดกับคนที่เป็นสมาชิกสตรีมมิง Crunchyroll ซึ่งเป็นแอปฯ หลักของกลุ่มคนที่รักการดู Anime อีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก:
https://shorturl.asia/iMhl9 / https://shorturl.asia/c2Eg1 / https://shorturl.asia/pEBK0 / https://shorturl.asia/vPlRs /
https://shorturl.asia/tvkTD / https://shorturl.asia/qTZmG
