จากโพสต์ที่แล้วที่เราตั้งคำถามไป ถ้าเลือกได้วันหยุดอยากทำอะไรกัน? ระหว่างทำกิจกรรมนอกบ้าน VS นอนพักผ่อน จากหลาย ๆ คอมเมนต์เลือกที่จะนอนอยู่บ้านมากกว่าออกไปทำกิจกรรมที่อื่น อาจจะต้องการรีชาร์จพลังงานที่ใช้ไปทั้งอาทิตย์ แต่รู้ไหมว่านักจิตวิทยาบอกว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่การพัก และยังเป็นกับดักทำลายสุขภาพกายและสุขภาพใจในระยะยาวด้วย!
“Bed rotting” หรือ “การนอนเน่าทั้งวัน” เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับคนวัยทำงาน โดยเฉพาะ Gen Y และ Gen Z ที่ต้องการใช้เวลาวันหยุดพักผ่อน ด้วยการนอนซุกตัวบนที่นอน เล่นมือถือ ดูทีวี หรือคลอเคลียกับสัตว์เลี้ยง เพื่อเติมพลังชีวิตที่ต้องโหมงานมาทั้งอาทิตย์
แล้วทำไมพฤติกรรมนี้ถึงส่งผลเสียมากกว่าผลดี?
การนอนทั้งวันยิ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้น เพราะนาฬิกาชีวิตผิดเพี้ยนไป เช่น ปกติช่วงบ่ายในวันธรรมดาเราเคยทำงาน แต่กลับใช้เวลานี้นอน จึงทำให้หลับยากในเวลานอนปกติ และทำให้ช่วงเข้านอนดึกขึ้นไปอีก ตอนตื่นนอนมาก็ไม่สดชื่น มึนงง และชีวิตก็วนลูปในบ่ายวันถัดมา
ข้อเสียในระยะยาวต่อร่างกายและจิตใจ
การใช้ชีวิตแบบ “นอนซม” หรือ “นอนเน่า” ในวันหยุด อาจจะทำให้ร่างกายเซื่องซึม ไม่กระปรี้กระเปร่า ส่งผลต่อมวลกล้ามเนื้อและการทำงานของฮอร์โมน ซึ่งอาจจะทำให้ร่างกายรู้สึกแก่กว่าอายุ อีกทั้งยังเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน (จากการไม่ขยับตัวเลย) อีกเหตุผลที่น่าเป็นห่วงคือสภาพจิตใจ การจมจ่ออยู่กับตัวเองให้ห้อง ไม่พบปะ ไม่พูดคุยกับใคร อาจจะยิ่งทำให้เราหมดไฟ เสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเภทอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น
ทางที่ดี แม้จะเลือกอยู่บ้านไม่ออกไปทำกิจกรรมข้างนอก ก็ควรหาอะไรทำในบ้าน เช่น ถือโอกาสทำความสะอาดบ้าน เดินเล่นในหมู่บ้าน ตื่นเช้าออกไปจ่ายตลาด หรือซ่อมแซมเสื้อผ้า-ของใช้ ให้ร่างกายได้ขยับตัว ไม่นอนเน่าไปเฉย ๆ น่าจะดีนะครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: https://bit.ly/3SzkrVu / https://bit.ly/3SB4BcZ
