“Gruen effect” จัดร้านให้ลูกค้าหลง (ซื้อของ) แบบไม่รู้ตัว

เคยไหมครับที่เวลาตั้งใจจะไปซื้อของแค่ไม่กี่อย่าง แต่เดินดูไปชักเพลิน รู้ตัวอีกทีก็มีของที่ไม่ได้ตั้งใจซื้ออยู่เต็มตะกร้า?   หรือบางที แค่อยากจะไปเดินเล่นในห้างเฉย ๆ แต่เดินไปเดินมาชักหลง เดินงง ๆ อยู่ก็ไปเจอของน่ารัก ๆ วางขายอยู่ตามทาง งั้นก็หยิบมาจ่ายเงินด้วยแบบไม่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ใครที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ล่ะก็ ต้องขอบอกว่าคุณกำลังหลงกลการตลาดที่มีชื่อว่า “Gruen Effect” เข้าแล้วล่ะครับ 🙂 “Gruen Effect” เป็นแนวคิดของสถาปนิกชาวออสเตรีย ชื่อว่า “Victor Gruen” ว่าด้วยเรื่องของจิตวิทยาการจัดบรรยากาศร้านค้า ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกอิน เต็มอิ่มกับบรรยากาศที่ทางร้านค้าสร้างขึ้นมา จนต้องเสียเงินซื้อของมากกว่าที่ต้องการตั้งแต่แรก หรือบางกรณีก็คือไม่ได้ตั้งใจจะซื้อของเลยด้วยซ้ำ “แต่บรรยากาศมันพาไปให้เสียเงิน” ซะงั้น ซึ่ง Victor Gruen เขาได้แรงบันดาลใจมาจากการซึมซับประสบการณ์ในจัตุรัสของกรุงเวียนนาและคาเฟ่ต่าง ๆ และเอามาใช้ในการออกแบบพื้นที่ห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ในยุคนั้น เทคนิคที่เขาใช้ก็เป็นการจัดแสงและการจัดพื้นที่ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ลูกค้าที่ยืนดูสินค้าตัวโชว์หน้าร้านอยากจะเข้ามาเดินชมของในร้านมากขึ้น ใช้เวลาในร้านนานขึ้น กระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกเพลิดเพลินจนทำให้อยากซื้อของมากขึ้นนั่นเอง โดยตัวอย่างบริษัทที่ได้นำ “Gruen Effect” มาใช้อย่างเห็นภาพชัดที่สุดก็คือ “IKEA” ที่พวกเราหลายคนชอบพูดติดตลกว่าไปอิเกียแล้วหลง รู้หรือไม่ว่าเขาอาจจะตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ อย่างเช่นที่ Richard La Graauw […]

4 เรื่องต้องรู้! เปิดเพลงในร้านยังไงให้ลูกค้าอยากซื้อของ

มีโอกาสอย่ารอช้าพา Products มาเล่นให้ฟินอินทุกเทศกาล ช่วงเทศกาลงานรื่นเริงต่าง ๆ เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่เราจะสามารถทำให้โปรดักส์ของเราไปอยู่ในความสนใจของลูกค้ามากขึ้น ดังนั้นเมื่อถึงช่วงเทศกาล เราก็จะเห็นบรรดาแบรนด์ต่าง ๆ ออกโปรโมชั่นและตัวผลิตภัณฑ์ให้มีความพิเศษเข้ากับบรรยากาศช่วงนั้น ๆ บ้างก็ลดแลกแจกแถมเฉพาะวันนี้ เดือนนี้เท่านั้น ตัวอย่างเช่นลูกค้าของเรา Biotherm ที่ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมาด้วย Life Plankton Elixir Serum จากเดิมขวดสีฟ้าที่เคยคุ้นตา กลายมาเป็นขวดสีแดงแบบ Limited Edition ทั้งหมดนี้ก็เพื่อกระตุ้นให้เกิดความสนใจและรู้สึกว่า ถ้าไม่รีบซื้อคงจะพลาดโอกาสในเทศกาลนี้ไปแน่ ๆ  ดังนั้นถ้ามีเทศกาลหรือวันสำคัญที่สามารถร่วมสนุกได้ก็อย่ารอช้า รีบใช้โอกาสนี้เพิ่มความพิเศษให้กับผลิตภัณฑ์ของเรากันนะครับ #CreatexHouse #Biotherm #สาวกแพลงตอน #จับProductsมาเล่นกับเทศกาล

รู้จัก Virtual Influencer คนดังที่โลดแล่นบนโลกเสมือนจริง

แม้ไม่มีเลือดเนื้อ ไร้แม้กระทั่งลมหายใจ แต่อินฟลูเอนเซอร์ยุคใหม่บนโลกเสมือนเหล่านี้กลับสามารถทำรายได้ให้กับหลายแบรนด์ดัง และกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์แนวใหม่ที่จะเข้ามาเขย่าวงการธุรกิจทั่วโลก มาทำความรู้จักกันดีกว่าว่าพวกเขาเป็นใคร และจะมีอิทธิพลขนาดไหนกันแน่? Virtual Influencer คืออินฟลูเอนเซอร์ที่ถูกสร้างขึ้นจากโปรแกรมต่าง ๆ ที่ถึงแม้จะไม่มีเลือดเนื้อหรือตัวตนอยู่จริง แต่บนโลกเสมือนจริงนั้นพวกเขาจะเป็นใครก็ได้ ทำอาชีพอะไรก็ได้ จะมีพฤติกรรมหรือนิสัยแบบใดก็สุดแท้แต่บริษัทหรือแบรนด์ผู้สร้างจะออกแบบ จุดแข็งที่ได้เปรียบมนุษย์คือพวกเขาไม่ป่วย ไม่แก่ ไม่ตาย และแบรนด์ยังสามารถควบคุมอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้ได้ 100% ทั้งรูปลักษณ์หน้าตา ลักษณะนิสัย การพูดจา แม้กระทั่งทัศนคติหรือความคิด ไม่มีอะไรที่จะหลุดออกไปจากกรอบที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน แม้กระทั่งการ ‘ออกงาน’ อีเวนต์ต่าง ๆ พวกเขาก็สามารถปรากฏตัวในหลาย ๆ สถานที่พร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน จะรันกี่งานก็ไม่มีปัญหา ดังนั้นในระยะหลัง ๆ จึงได้มีการสร้างอินฟลูเอนเซอร์โลกเสมือนออกมามากมาย ทั้งจากบริษัทสตาร์อัพเทคโนโลยีต่าง ๆ ไปจนถึงกระทั่งบางแบรนด์เองที่เลือกลงทุนระยะยาวด้วยการพัฒนาอินฟลูเอนเซอร์โลกเสมือนประจำแบรนด์ไปเสียเลย นอกจากนี้ช่องทางหลักในการมีตัวตนของพวกเขาที่หนีไม่พ้น ‘โซเชียลมีเดีย’ ยังช่วยส่งเสริมให้พวกเข้าก้าวเข้าสู่ความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย Gen ใหม่ของการตลาด นั่นก็คือกลุ่ม Gen Z ที่มักจะสนใจในเรื่องของเทคโนโลยีและชอบติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะการติดตาม ‘คนดัง’ เพื่อดูคอนเทนต์ใหม่ ๆ  ซึ่งจากสถิติพบว่า Virtaul Influencers บางคน มียอดติดตามหลักล้านภายในเวลาแค่ไม่กี่เดือน ถือว่าสถิติใกล้เคียงกับบียอนเซ่เเลยทีเดียว และอินฟลูเอนเซอร์โลกเสมือนบางคนทำยอดฟอลโลเวอร์เกินล้านฟอลโลเวอร์ไปแล้ว ดังนั้นถึงแม้ว่าพวกเขาจะไร้ตัวตน ก็แต่เป็นทางเลือกใหม่ที่สร้างเม็ดเงินให้ธุรกิจได้ไม่แพ้อินฟลูเอนเซอร์จริง ๆ เลยทีเดียว […]

ห้ามพลาด! 10 TikTok Tips สร้างคอนเทนต์ให้เด่นเกินใคร

สมัยนี้ใคร ๆ ก็เล่น TikTok กันทั้งนั้น แต่ท่ามกลางวิดีโอนับพัน จะดันยังไงให้คอนเทนต์ของเราโดดเด่นกว่าใคร วันนี้เราเลยมี 10 เคล็ดลับสร้างคอนเทนต์บน TikTok ง่าย ๆ มาฝากกัน ปัจจุบัน TikTok กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงอิทธิพลเป็นอย่างมาก นอกจากจะมียอดดาวน์โหลดกว่าสองพันล้านครั้ง* จากทั่วโลกแล้ว TikTok ยังกลายเป็นพื้นที่ให้ User สามารถสร้างคอนเทนต์เองได้ เข้ากระแสการตลาดแบบ Remixing User Generated Content ที่กำลังมาแรง นอกจากนี้ TikTok ยังเป็นช่องทางทำเงินใหม่ทั้งกับบรรดาแบรนด์ทั้งหลายที่จะมีพื้นที่กระจายเสียงมากขึ้น และกับตัว User เองที่มีช่องทางสร้างคอนเทนต์เรียกสปอนเซอร์เข้ามา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นแบรนด์หรือผู้ใช้งานทั่วไป ถ้าสามารถดันให้คอนเทนต์ของเราโดดเด่นเป็นที่นิยมได้ ก็จะได้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม TikTok นี้ไปไม่ใช่น้อย และยังเจาะกลุ่มตลาดสายเลือดใหม่อย่างกลุ่ม ‘Gen Z’ ที่กำลังมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในโลกการตลาดได้อีกด้วย 10 เคล็ดลับที่ว่ามีอะไรบ้าง มาดูกัน! 1. เล่นให้ทัน TikTok จะโดดเด่นได้ต้องตาม ‘เทรนด์’ ให้ทัน เพื่อให้คอนเทนต์ของเราดูทันสมัยมากขึ้น โดยอาจจะต้องถ่ายและลงในวันเดียวกันเลยเพื่อให้ไม่หลุดช่วง […]

เปิดตำราจิตวิทยาสี ตัวละครลับที่ส่งผลต่อภาพจำของแบรนด์

อยากรู้ไหมว่า ‘สี’ ที่เราเลือกใช้ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างไรได้บ้าง? เพราะจิตวิทยาของสีที่ถูกเลือกมาอย่างดีบนงานดีไซน์ อาจช่วยพลิกความสนใจของลูกค้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ สีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากในการสื่อสารผลงาน เพราะนอกจากจะสร้างความสวยงามแล้ว สียังสื่อสารลึกไปถึงอารมณ์และความรู้สึกภายในที่ต่างกัน งานดีไซน์หรืองานออกแบบโปรดักส์ต่าง ๆ จึงต้องพึ่งการรับรู้ความหมายของสีเพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาตอบกลับต่างกัน มีข้อมูลเชิงจิตวิทยาเกี่ยวกับสีที่น่าสนใจจากแพลตฟอร์มออกแบบชื่อดังอย่าง Canva ระบุว่า สียังช่วยเพิ่มการจดจำแบรนด์ได้ถึง 80% สีมีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคกว่า 85% 62%-90% ของผู้บริโภคประเมินความประทับใจจากสีเพียงอย่างเดียว ดังนั้นแล้วการเลือกที่ใช่จึงสำคัญมาก อย่างไรก็ตามต้องดูเรื่องบริบทแวดล้อมและความเหมาะสม เช่น อาจจะดูจากกลุ่มเป้าหมาย สิ่งที่ต้องการจะสื่อ ความเชื่อ สภาพสังคม และวัฒนธรรม เพราะทุกสีมีความหมายทั้งบวกและลบ เช่น สีแดงในบางที่อาจจะหมายถึงความรุนแรง แต่ในบางที่อาจจะหมายถึงความร่ำรวย  อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าสีเหล่านี้จะมีความหมายซ่อนอยู่ แต่ถ้าเรากล้าทดลองใช้สีสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ จากสีที่ดูไม่น่าจะเข้ากัน ก็อาจจะกลายมาเป็นความโดดเด่นเพียงหนึ่งเดียวของแบรนด์เราก็ได้ ดังนั้นเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการจะสื่อดีที่สุดครับ  วันนี้เรารวบรวมตัวอย่างความหมายของสีที่น่าสนใจมาให้แล้ว มาดูกันว่าแท้จริงแล้วแต่ละสีมีความหมายอย่างไร เผื่อจะนำเอาไปปรับใช้กับงานของเราให้โดดเด่นกว่าเดิมครับ  สีเหลือง Yellow – optimistic, cheerful, playful, happy สีเหลืองเป็นสีแห่งความสดใส มีชีวิตชีวา และสีเหลืองยังช่วยในเรื่องการเจริญอาหาร กระตุ้นความมั่นใจ และใช้เรียกความสนใจได้ดี นอกจากนี้ยังเป็นสีที่มองเห็นได้ชัดจากระยะไกล ดังนั้นจึงมักใช้เป็นสีของสัญลักษณ์สากลในการเตือนให้ระวัง  ตัวอย่างแบรนด์ที่ใช้สีนี้ […]

Social Media KPIs วัดความสำเร็จให้ชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม

‘จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่ลงทุนทำไปมันได้ผล’ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยคิดถึงคำถามนี้กันอยู่บ้าง เวลาที่เราลงทุนทำอะไรบางอย่างไปแล้วอยากจะรู้ว่ามันสำเร็จมากแค่ไหน เรื่องของการทำการตลาดออนไลน์ก็เหมือนกันครับ สมมุติว่าจะให้วัดความสำเร็จของการทำแคมเปญ ๆ หนึ่งด้วยการดูยอดไลก์ ยอดแชร์ เพียงอย่างเดียวก็คงจะวัดอะไรไม่ได้ชัดเจนเท่าไหร่ ดังนั้นเราจึงมีสิ่งที่เรียกว่า ‘Social Media KPIs’ เข้ามาช่วยนั่นเอง Social Media KPIs ก็เหมือนกับ KPIs (Key Performance Indicators) ทั่วไป นั่นก็คือมันเป็นตัววัดผลความสำเร็จที่ใช้กันแทบทุกองค์กร เพียงแต่ว่าอาจจะแบ่งหัวข้อหรือประเภทการวัดแตกต่างกันออกไปตามมาตรฐานขององค์กรนั้น ๆ สำหรับการตลาดบนโซเชียลมีเดียเอง เราก็สามารถวัด KPIs ตามหัวข้อที่เราต้องการได้เช่นกัน แต่โดยทั่วไปแล้วที่เห็นกันบ่อย ๆ ก็จะแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1. การรับรู้ (Awareness) หมายถึง การรับรู้ของแบรนด์จากลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการที่ลูกค้าจะรับรู้และจดจำแบรนด์ของเราได้ก็จะต้องมาจากการสื่อสารด้วยวิธีการต่าง ๆ หรือเราอาจจะวัดจากการเข้าถึงโพสต์ของเราได้ว่ามีกี่คนที่เห็นโพสต์ของเราแล้ว ยิ่งคนเห็นเยอะ ก็อาจจะทำให้เกิดการรับรู้เยอะ โดยการติดตามผลจากตัวชี้วัดเหล่านี้ จะช่วยบอกเราได้ว่าคอนเทนต์หรือโพสต์แบบไหนที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเราได้ดี เพื่อที่เราจะได้ไปพัฒนาให้งานของเราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ตัวอย่างสิ่งที่เราสามารถวัดได้ เช่น Impressions […]

ขึ้นต้นด้วย “ปัญหา” อีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ลูกค้าสนใจ

ไอเดียการนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าสนใจและอยากกดอ่านสิ่งที่เรานำเสนอ หนึ่งในวิธีนั้นก็คือการที่เราขึ้นต้นด้วยประเด็นปัญหาหรือจุด Pain Point ที่ลูกค้าเจออยู่ เพื่อสะกิดให้เขาหันมาสนใจสิ่งที่เราสื่อสารมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Content โฆษณาผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ก็อาจจะยกประเด็นปัญหาผิวที่หลายคนเจอ เพื่อดึงความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นจึงค่อยนำเสนอว่าผลิตภัณฑ์ของเราสามารถช่วยแก้ปัญหานี้อย่างไรได้บ้าง แทนการขายสินค้าของเราออกไปตรง ๆ ทื่อ ๆ ที่อาจจะทำให้ลูกค้าเมินหนี เลื่อนผ่านโพสต์ของเราไป เพียงแค่ปรับมุมมองในการนำเสนอสินค้าใหม่ ด้วยการขึ้นต้นจากปัญหาหรือสิ่งที่ลูกค้าต้องการก่อนก็ช่วยเรียกความสนใจจากลูกค้าเพิ่มขึ้นได้ เพราะสิ่งที่ลูกค้ามองหาจากเราเป็นอย่างแรกอาจจะไม่ใช่การทำความรู้จักตัวผลิคภัณฑ์ แต่เป็น “ผลลัพธ์” ที่เขาจะได้จากการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา และอยากรู้ว่าเราจะแก้ปัญหาให้เขาได้อย่างไรนั่นเองครับ #CreatexHouse #ขึ้นต้นด้วยปัญหาให้ลูกค้าสนใจ 

สื่อสารกับเป้าหมายด้วยการใช้ Character

แฟนเพจ Central The 1 Credit Card อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาน้อง “ลี่” หรือ “Stoly” แอดมินเพจแสนซนคนสวย ทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวแทนแอดมินเพจที่จะคอยแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ และโปรโมชั่นเด็ดโดนใจตามสไตล์สาวนักชอปที่อยากแชร์เรื่องดี ๆ ให้เพื่อนรู้ และยังเป็นตัวอย่างของการใช้ Character เพื่อการสื่อสารอีกด้วย ซึ่งข้อดีของการที่แบรนด์เลือกใช้ Character ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายนั่นก็คือการที่แบรนด์จะสามารถควบคุมลักษณะนิสัยและการสื่อสารของ Character ได้อย่าง 100% ต่างจากการใช้คนจริง ๆ นอกจากนี้ Character ยังให้ความรู้สึกเป็นมิตรกว่า และอยู่คู่กับแบรนด์ได้นานกว่าทั้งในเรื่องของลักษณะทางกายภาพและอายุ เพราะ Character ไม่มีวันแก่ และไม่มีวันหมดอายุสัญญา เป็นหน้าตาของ Character นั้น ๆ ไปตลอด  ตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าพูดชื่อบาร์บีคิวพลาซ่า คนก็จะนึกถึงบาบีก้อนตัวเขียว ๆ พูดถึงแมคโดนัลด์ ก็จะต้องนึกถึงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ ตัวตลกหน้ายิ้มประจำร้าน หรือถ้านึกถึงเพจ Central The 1 Credit Card […]

ในวันที่พลังเสียงของ KOCs ดังก้องทั้งจักรวาลการตลาด

ยุคสมัยเปลี่ยนไป พฤติกรรมการรับสื่อของลูกค้าสมัยใหม่ก็เปลี่ยนตาม เพราะตอนนี้ใคร ๆ ก็หารีวิวก่อนซื้อสินค้ากันได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่สังเกตไหมว่าระยะหลัง ๆ เสียงรีวิวบอกต่อที่เริ่มจะดังกว่ากลับไม่ใช่เสียงของผู้ใช้งานที่มีอิทธิพลใหญ่ระดับ KOLs (Key Opinion Leader) อีกต่อไป แต่กลับเป็นเสียงของกลุ่มเล็กกว่าอย่าง KOCs (Key Opinion Customer) ที่สร้างกระแสดึงดูดให้คนทั่วไปหันมาสนใจสินค้ามากขึ้น เพราะในขณะที่ KOLs (Key Opinion Leader) เป็นผู้นำที่มีคนติดตามเยอะ และค่อนข้างทรงอิทธิพลกับแบรนด์ แต่ก็มีกลุ่มลูกค้าอีกจำนวนไม่น้อยที่ชอบบริโภคข้อมูลสไตล์การ “ป้ายยา” หรือการรีวิวประสบการณ์ใช้งานแบบ “ใช้จริง รีวิวจริง” จากกลุ่มของ KOCs (Key Opinion Customer) มากกว่าการรีวิวของ KOLs เสียอีก เพราะถึงแม้พวกเขาจะมีคนติดตามน้อยกว่า แต่ก็จะให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติจากการที่แชร์ประสบการณ์ใช้งานบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนรีวิวกับคนติดตามค่อนข้างเหนียวแน่น และยังมี Engagement ที่มากกว่าด้วย ซึ่งปัจจุบันความนิยมของ KOCs กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนหันมาฟังเสียงคนใกล้ตัวมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มคนที่ดูเหมือนจะไม่ได้มีคนสนับสนุนหรือสปอนเซอร์เยอะ ให้ความรู้สึกแบบเหมือนฟังรีวิวจากเพื่อน เข้าถึงได้ง่ายกว่า ทำให้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อค่อนข้างมาก […]