เมื่อโควิด-19 เข้ามาเขย่าโลกการตลาดครั้งใหญ่ สิ่งที่แบรนด์และนักการตลาดต้องเตรียมตัวไว้ คือการเรียนรู้จากสถานการณ์แล้วพลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส มาดูกันว่าหากโควิด-19 ผ่านไป แบรนด์น่าจะต้องเจอกับอะไรที่เปลี่ยนแปลงบ้าง?
อย่างที่ทราบกันดีว่านอกจากสถานการณ์ระบาดครั้งนี้จะรุนแรงจนเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนทั่วโลกแล้ว มันยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ และธุรกิจที่ต้องหาทางรอดกันอย่างยากลำบากเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามเมื่อสถานการณ์โควิด-19 ผ่านมาสักระยะหนึ่ง บรรดานักการตลาดต่าง ๆ ต่างก็ออกมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของการตลาดหลังจากเจอการระบาดครั้งใหญ่
โดยมีบทความที่น่าสนใจชื่อ “10 Truths About Marketing After the Pandemic” เขียนโดย Janet Balis ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลจากบริษัท EY บริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก ซึ่งเธอได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการตลาดที่เปลี่ยนไปหลังจากการระบาดของโควิด-19 จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน
?? 1. ไม่ใช่แค่รู้จักลูกค้าแต่ต้องรู้จักไปถึง ‘กลุ่มลูกค้า’ (Customer Segment)
แบรนด์จะต้องเข้าใจสถานการณ์หรือสิ่งที่อยู่รอบตัวของกลุ่มลูกค้าของเรามากขึ้น เพื่อทำการสื่อสารไปถึงลูกค้าแต่ละประเภทอย่างเจาะจงมากกว่าเดิม โดยบริษัท EY บริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลกได้ทำการสำรวจดัชนีชี้วัดผู้บริโภคแห่งอนาคต หรือ The EY Future Consumer Index ซึ่งการสำรวจนี้ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างกว่า 14,500 คนจาก 20 ประเทศ ตั้งแต่ช่วงต้นของการระบาดและพบว่ากลุ่มลูกค้าในปัจจุบันสามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
- Affordability first (32%) กลุ่มนี้ไม่ค่อยสนใจว่าเป็นแบรนด์อะไร แต่เน้นไปที่ความคุ้มค่าและฟังก์ชันการใช้งานในราคาที่เอื้อมถึง
- Health first (25%) กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรมักจะเลือกจากแบรนด์ที่น่าไว้วางใจไว้ก่อน
- Planet first (16%) กลุ่มนี้รักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม พวกเขาจะสนใจว่าสิ่งที่ซื้อมาจะส่งผลกระทบอะไรต่อโลกหรือไม่
- Society first (15%) กลุ่มนี้มักจะสนใจเรื่องของการช่วยเหลือสังคม มักจะอุดหนุนสินค้าหรือบริการที่เชื่อว่าโปร่งใส ไว้ใจได้ หรือมีการทำงานร่วมกับสังคม
- Experience first (12%) กลุ่มนี้มีจำนวนน้อยที่สุด คือกลุ่มที่สนใจเรื่องประสบการณ์ใช้งานแปลกใหม่ มักจะซื้อสินค้าหรือบริการอะไรใหม่ ๆ ไม่จำเจ
ซึ่งการเข้าใจกลุ่มลูกค้าจะช่วยให้เราสามารถปรับกลยุทธ์และแนวทางการตลาดให้ตรงใจมากขึ้นนั่นเอง
?? 2. เราไม่ได้แข่งกับคนอื่นอีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันกับความประทับใจครั้งล่าสุดของลูกค้า
ตั้งแต่ก่อนโควิด-19 จนถึงตอนนี้ ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการแบบไหน ครั้งต่อไปที่พวกเขามาหาเรา เขาต้องได้สิ่งที่ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มลูกค้า Gen Z ที่คุ้นเคยกับการตลาดแบบเจาะจง ดังนั้นนอกจากการบริการของเราจะต้องเชื่อมต่อระหว่างหลากหลายแพลตฟอร์มได้ไม่สะดุดแล้ว ยังต้องนำเสนอวิธีที่จะดูแลเขาแบบเฉพาะตัวตลอดทั้ง customer journey อีกด้วย
?? 3. ลูกค้า ‘ต้องการ’ ให้เรามีสิ่งที่เขาอยากได้แบบเป๊ะๆ
ในปัจจุบันลูกค้าทั้ง B2C และ B2B ไม่ใช่แค่หวังว่าเราจะมีสิ่งที่เขาต้องการ แต่เขาคาดหวังว่าเราต้องมีสิ่งที่เขาต้องการ “แบบเป๊ะ ๆ” ดังนั้นแบรนด์ควรให้ความสนใจกับการใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในการจัดประสบการณ์ให้ลูกค้า โดยอาจจะนำไปใช้ผ่านหลัก 4Cs เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ ดังนี้
- Content นำข้อมูลที่มีมาสร้างสรรค์เนื้อหาผ่านทาง Email / Moblie App
- Commerce จัดประสบการณ์หน้าร้านไม่ว่าจะเป็นร้านจริง ๆ หรือ e-commerce ให้เข้ากับความเหมาะสมของลูกค้าในท้องถิ่นนั้น ๆ
- Community สร้างความเป็นกลุ่มเดียวกันให้กับลูกค้า เช่น การจัดสัมมนา การประชุม การทำอีเวนต์ออนไลน์ต่าง ๆ
- Convenience อำนวยความสะดวกเช่นการเสนอคูปอง ให้สิทธิพิเศษจากการสะสมคะแนน โดยพิจารณาจากข้อมูลของลูกค้าแต่ละท่าน
?? 4. อัลกอริทึมทำให้เราเข้าถึงลูกค้าได้ไม่ใช่การหว่าน Reach อีกต่อไป
จากเมื่อก่อนที่การตลาดออนไลน์จ่ายเงินไปกับการเข้าถึง Reach เยอะ ๆ โดยหวังว่าจะได้เจอลูกค้าที่ใช่ในสักวัน แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะพระเอกสำคัญที่จะทำให้เจอคนที่ใช่คือการใช้ข้อมูลที่มีอยู่ของลูกค้ามาผสานกับความสามารถของอัลกอริทึม จึงจะทำให้เราเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ตรงมากขึ้น
?? 5. ต้องใส่ใจทุกจุดของ Customer Journey
แม้การให้ความสำคัญกับ customer-centricity จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หลังจากโควิดผ่านไปมันจะกลายเป็นเรื่องที่แบรนด์ต้องให้ความใส่ใจในทุกจุดของ customer journey มากขึ้นกว่าเดิม แบรนด์ต้องปิดรอยรั่วที่อาจจะทำให้เสียลูกค้าได้ง่าย ๆ ผ่านการสนับสนุนให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์ เพื่อเป็นการรักษาลูกค้าและหวังว่าเขาจะช่วยดึงลูกค้าต่อไป
?? 6. รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าให้รอดเป็นยอดดี
การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไม่ใช่แค่เรื่อง “จำเป็น” แต่เป็นทุกสิ่งสำหรับการตลาดในตอนนี้ และต้องทำมากกว่าแค่การบริการสินค้า แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่น โดยเราสามารถสร้างความโปร่งใสและแสดงให้เห็นถึงการปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกค้าเมื่อมีการเก็บข้อมูล และลูกค้าก็เห็นได้ว่ากำลังแบ่งปันข้อมูลชนิดใดให้กับบริษัท ความโปร่งใสดังกล่าวสามารถนำไปสู่ความเชื่อมั่นที่มากกว่าเดิมได้ด้วย
?? 7. แบรนด์ต้องว่องต้องคล่องตัว
สถานการณ์โควิดทำให้แบรนด์ต้องมีความคล่องตัว หรือ “Agility” มากขึ้น แบรนด์ต้องจับทิศทางความต้องการของลูกค้าให้ไว เพื่อให้สามารถตอบสนองได้ทันและตรงจุด ดังนั้นเพื่อให้เราเร็วขึ้น อาจจะต้องเริ่มจากการฟังเสียงลูกค้าเยอะ ๆ หรือ เราอาจจะปรับกระบวนการตัดสินใจภายในของเราให้เร็วขึ้น ประสานงานทีมต่าง ๆ ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น ทีมครีเอทีฟ ฝ่ายงบประมาณ และฝ่ายสื่อต่าง ๆ เพื่อให้ผลิตแผนหรือผลงานที่จะสื่อสารได้ทัน เพราะยิ่งลงสนามได้ไว ก็ย่อมได้เปรียบ
?? 8. การแสดงจุดยืนนั้นสำคัญ
คนไม่ได้มองหาแค่สินค้าและบริการแล้ว แต่อยากรู้ว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับเรื่องใด เช่น โปร่งใส รักษ์โลก รับผิดชอบต่อสังคม ผู้บริหารจึงต้องเปิดใจรับฟังความสำคัญเรื่องคุณค่าของแบรนด์จากฝ่ายการตลาดมากยิ่งขึ้นหากต้องการทำสินค้าที่แตกต่างออกไปในยุคหลังโควิด-19
?? 9. อย่าพึ่งเครื่องมือหรือเทคโนโลยีอย่างเดียวทุกอย่างต้องสมดุล
ถึงแม้ว่าโควิดจะทำให้เราต้องพึ่งเทคโนโลยีมาก แต่อย่าทำการตลาดด้วยมุมเดียว ควรจะทำให้สมดุล เช่น ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ ผสานเทคโนโลยี บวกกับการจัดการที่ดีของมนุษย์ เพื่อให้แผนการตลาดมีความสมดุลมากขึ้น
?? 10. ‘การตลาด’ คือหัวใจสำคัญที่ผู้บริหารต้องใส่ใจ
ในหลายบริษัท ‘ฝ่ายการตลาด’ มักเป็นแผนกแรก ๆ ที่โดนตัดออกหากเกิดปัญหาด้านงบประมาณต่าง ๆ แต่ในช่วงสถานการณ์โควิดก็ทำให้เราเห็นแล้วว่าเมื่อเกิดวิกฤตขึ้นฝ่ายแรกที่ต้องแก้เกมคือฝ่ายการตลาดเช่นกัน โดยทำหน้าที่เป็นทั้งฝ่ายขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัท, ผู้นำสำคัญในเส้นทางของผู้บริโภค และยังเป็นตัวแทนเสียงของผู้บริโภคอีกด้วย
ดังนั้นหากแบรนด์ขาดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงในการตลาดไป ก็จะไม่สามารถปรับตัวหากเกิดวิกฤตต่าง ๆ ได้ มองไม่เห็นโอกาส พลาดเส้นทางที่จะเติบโตไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการในที่สุด
และนี่ก็เป็น 10 เรื่องการตลาดที่เราต้องอัปเดตหลังโควิด-19 จะเห็นได้ว่ามุมมองของลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่เราต้องใส่ใจนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป และต้องใช้พลังจากทั้งการวางแผนที่รอบคอบ การจัดการที่รวดเร็ว และเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ได้อย่างไม่สะดุด เพราะในโลกของการตลาดนี้ “อะไรก็เกิดขึ้นได้” แบรนด์ใดที่ตั้งตัวได้เร็ว ฝ่าวิกฤตได้ทัน ย่อมมีโอกาสไปต่อได้อย่างราบรื่น
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://hbr.org/…/10-truths-about-marketing-after-the…
https://tuxsablog.skilllane.com/…/marketing-after-the…/
https://www.warc.com/…/five-more-covid-19…/en-gb/3833
https://www.ey.com/…/ey-future-consumer-index–pandemic…
#Createxhouse #Createx #marketingafterpendamic
